ข่าวสั้นจากINN

วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ว่าด้วยความ..หดหู่กับ..ความจริงที่ยินยล..ชีวิต"คนข่าว"..

บึงพลับพลา...๑๑ ก.ค.๕๑

วันเวลาที่ผ่านเลยไป..บางครั้งก็ทำให้คนเราเติบโตทางความคิดและอุดมการณ์..แต่บางครั้งก็ทำให้คนเรา..ขาดแหว่งสิ่งเหล่านี้ระหว่างรายทางการเดินทาง..ที่กว่าจะถึงจุดหมายเราอาจ้องตกใจว่า..เกราะกำบังแห่ง"คุณธรรม"ที่เคยเคลือบตัวหนาแน่นรอบๆดวงใจอันเปราะบางนั้น..กลับกลายเป็นอันตรธาน เหลือเพียงร่องรอยผิวเพียงบางๆ..ที่แม้กระทั่งเพียงลมแห่งความท้าทายจิตสำนึก..พัดผ่านก็อาจทำให้แห้งผากขาดแหว่ง..ปล่อยให้เชื้อร้ายแห่งอธรรมเข้าแทรกซึมในจิตใจได้อย่างง่ายดาย...

วันเวลาที่ผ่านเลยไป..บางครั้งเราก็ได้ค้นพบว่า.."ความหมาย"ของการดำรงอยู่ของผู้คน.."ปัจจัยทางเศรษฐกิจ" ที่ขยายปะปนเป็น"ความกลัว"เป็นตัวเกื้อหนุนซึ่ง"ความเปลี่ยนแปลง"ในทัศนะ..อันดีงามของผู้คนที่เคยมีเคยเป็น...

วันเวลาที่ผ่านเลยไป...บางครั้งเราก็ได้ค้นพบว่า.."อุดมการณ์"ที่เขาบอกว่า"กินไม่ได้"กลายเป็น"สัจธรรม"ที่ทุกผู้ฝ่ายยอมรับมันอย่างหน้าชื่นตาบาน..

ที่ผิดแผกไปจากบรรดาผู้คนในอดีตที่จำยอมรับมันอย่างหน้าชื่นอกตรม...และพยายามหาทางที่จะแก้ไขสถานการณ์"จำยอม"เหล่านั้น..

ขณะที่มีบ้างส่วนน้อยที่แข็งขืนและพยายามตีฝ่าสิ่งเหล่านั้นออกมา แต่ก็ถูกมองว่า"ตลก"แปลกแยก..จากสังคม...

วันเวลาที่ผ่านเลยไป...เมื่อวาน(๑๐ก.ค.๕๑)ออกจะผิดหวังบ้าง..ที่ได้เห็นน้องหลายคน..ที่พยายามปลูกฝัง..ทดท้อ..ถดถอยกับ..ปัจจัยแทรกซ้อนทางเศรษฐกิจที่พวกเขาได้รับผลกระทบ..มากกว่าการดำรงในวิชาชีพ..โดยหลักคิด.."ความพอดี"..

พยายามที่จะเข้าใจใน"ความหมาย"ของการดำรงอยู่..โดยเทียบเคียงจากตัวเอง..พยายามแล้วที่จะเข้าใจ..แต่สิ่งที่เห็นได้ยินจากน้องๆเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ที่รบกวนสติสมาธิในการทำหน้าที่เพื่อประชาชนในบทบาทของ"สื่อมวลชน"..

บางครั้งก็ทำให้รู้สึกหดหู่...หดหู่..ยิ่งเมื่อนึกไปถึงสิ่งที่ได้ยินยลจาก..น้องนักข่าวต่างสำนักฯคนหนึ่ง..ที่เรามีโอกาสร่วมเดินทางไปปฏิบัติภารกิจตามคำเชิญของแหล่งข่าว..ด้วยกันเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา..ถึงเหตุผลความจำเป็นที่ทำให้เขาใช้วิชาชีพของเขาไปในทำนองที่ไม่ค่อยน่าดูชมนัก..ว่า

"เงินเดือนนักข่าวแค่หมื่นกว่าๆ..ยังไงก็ไม่พอกิน..ถ้านักข่าวไม่รับจ๊อบทำอย่างอื่นคู่ไปด้วย.."

นี่เป็นอีกครั้งที่ได้ยินยลคำพูดความคิดอย่างนี้จาก"คนข่าว"..หลังจากที่เคยมีโอกาสคุยกับนักข่าวคนหนึ่งที่มีอายุงาน๑๕ปี อยู่ในระดับอาวุโสพอสมควร...ในท่วงทำนองเดียวกัน...

"นักข่าว..หากไม่เปิดร้านขายของ..หรือทำโน่นทำนี่รอรับแต่เงินเดือน..อยู่ไม่ได้หรอกยิ่งในสภาพเศรษฐกิจอย่างนี้..ยิ่งมีครอบครัวด้วยแล้ว ไหนจะค่านมลูก ค่าเทอม ถ้าไม่ทำ"อย่างอื่น"ก็ไม่มีกิน.."

ไม่แปลกที่..เมื่อได้มายิลยลสิ่งเหล่านี้จากน้องๆนักข่าวของเรา..จะทำให้รู้สึก"หดหู่"ในสิ่งที่ยินยล..ที่จะอธิบายอย่างไร..ก็คงไม่เข้าใจ..

โดยเฉพาะกับ"ความจริงของชีวิต"ในเรื่องปากท้องที่หิวกิ่ว ของพวกเขา(นัก นสพ.ไส้แห้ง)..ที่มี"ปัจจัย-องค์ประกอบ"มากมายในการดำรง..

ซึ่งสำหรับพวกเขาดูจากท่าที่ความคิดแล้ว..คงไม่ยอม"ไส้แห้ง"เหมือน"คนข่าว"รุ่นปู่ย่าตายายแน่...!!

ที่จากเรื่องนี้..พอนึกถึงคำว่า"อุดมการณ์"แล้วอดไม่ได้ที่จะนึกถึง..บทความที่เราเขียนถึง"หมวดตี้"นายตำรวจหนุ่ม..คนหนึ่งที่อุทิศชีวิตให้กับชาติและประชาชน..นึกถึงคำพูดของเขาที่ว่า..สิ่งที่เขาทำอยู่(หน้าที่)ปกปักษ์รักษาอธิปไตยชาติ..คลี่คลายสถานการณ์ความไม่สงบโดยเป็นฟันเฟืองเล็กในฐานะหัวหน้าหน่วยชุดคุ้มกันครู....

ทั้งที่รู้ว่าเสี่ยงและเงินก็ไม่ได้มากมายอะไร(บางเดือนเงินหมดต้องขอสตางค์แม่)นั้น....ไม่ใช่เพื่อเท่ เพื่ออะไร แต่..เพื่อ"อุดมการณ์"เพื่อชาติที่สงบพ้นภัย..เพื่อประชาชนที่เขารัก...

เช่นเดียวกับที่เพิ่งได้ยินจากทหารระดับ"ผู้พัน"คนหนึ่ง..ที่เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการจิตวิทยาความมั่นคง..ใน ฉก.นราธิวาส..ชื่อ"พ.ท.นิพันธ์"หรือ"ผู้พันจี๊ด"ที่ได้มีโอกาสพูดคุยกัน..

ที่แม้เขาจะไม่คุยฟุ้งว่าเป็นอุดมการณ์..แต่จากที่มา"ความมุ่งมั่น"ในการทำหน้าที่ของเขา..(ทราบจากผู้บังคับบัญชาของผู้พันจี๊ดว่า ความจริงเขาอยู่ประจำกรุงเทพ(กองทักภาคที่๑)ต่อเมื่อผู้ใหญ่ถามว่าใครจะไปยกมือขึ้นเขาเป็นคนแรกๆที่ยกมือขันอาสาลงมา๓จว.ใต้)

ทำให้เราสัมผัสได้ถึง"ความหมาย"ในสิ่งเหล่านี้..ยิ่งเมื่อฟังที่เขาพูดเหมือนๆที่"หมวดตี้"พูดว่า"อยากให้นราธิวาสสงบสุข ประชาชนไม่ตกอยู่ในอันตราย"ก็ยิ่งรู้สึกดีว่า..ถ้าหากทหาร-ตำรวจ มีคนอย่างพวกเขาที่มี"จิตวิญญาน"มี"อุดมการณ์"ทำเพื่อชาติ ประชาชน ไม่ทำเพื่อตัวเอง..มากๆ..บ้านเมืองจะดีขนาดไหน...

จากเรื่องของความต่างใน"อุดมการณ์"ของบรรดาผู้คนข้างต้นโดยเฉพาะในวงการของเรา"สื่อมวลชน"ที่กำลังจำนน จำยอม กับภาวะความเป็นไปบางอย่าง.. นี่จึงเป็น"ความหดหู่"ประการหนึ่ง ในรอบ..สัปดาห์...ที่ทำให้ต้องถอดถอนใจ..

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความเห็นได้ที่นี่