ข่าวสั้นจากINN

วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2551

‘ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล’ : จิตวิญญาณนักข่าวกับภัยคุกคามที่ภาคใต้

ภัยคุกคามเกิดขึ้นได้กับทุกคน แม้แต่นักข่าว ผู้ทำหน้าที่สื่อ นำเสนอข่าวสารข้อมูล เรื่องราวที่เกิดขึ้นในสังคม ขณะเดียวกันก็ยังเป็นกระจกสะท้อนสังคมด้วย

บทสัมภาษณ์ชิ้นนี้ “ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล”นายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการคุกคามนักข่าวจากกรณีคนร้ายบุกเข้าไปก่อเหตุยิงนายอธิวัฒน์ ไชยนุรัตน์ ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์มติชนและสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช เสียชีวิตภายในบ้าน ตำบลชัยมนตรี อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราชอย่างอุกอาจ เมื่อคืนวันที่ 1 สิงหาคม 2551 ที่ผ่านมาว่า ที่กลายเป็นข่าวใหญ่ในวงการสื่อมวลชนอีกครั้งหนึ่งนับเป็นการแสดงบทบาทอีกครั้งของสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย ในวันที่สื่อมวลชนท้องถิ่นต้องเผชิญกับความท้าทายในวิชาชีพ
...........................................................................
“ประเด็นที่ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์มติชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ถูกมือปืนบุกยิงที่บ้านพัก ในเบื้องต้นจากการสอบถามภรรยาของผู้ตายและเพื่อนในวงการผู้สื่อข่าวของผู้ตาย ยังไม่พบประเด็นเรื่องส่วนตัว ไม่มีประเด็นเรื่องชู้สาว แม้แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็รู้ว่าไม่ใช่ คิดว่าประเด็นที่ทำให้ผู้สื่อข่าวถูกลอบทำร้ายเป็นเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ที่ตั้งไว้ 3 ประเด็น

หนึ่ง ผู้ตายนำเสนอข่าวเรื่องทุจริตการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) นครศรีธรรมราช ตรงนี้มีผลค่อนข้างสะเทือน เพราะจากการที่นักข่าวมติชนเกาะติดและนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)จังหวัดและ กกต.กลาง กำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อที่จะออกใบแดงหรือใบเหลืองให้มีการเลือกตั้งใหม่

ตรงนี้เป็นผลมาจากการนำเสนอข่าว และทราบว่ามีนักการเมืองฝ่ายที่เสียหายออกมาข่มขู่ผู้ตาย ผู้ตายก็ทราบเพราะก่อนที่ผู้ตายจะเสียชีวิตได้นำเรื่องนี้ไปบอกกับภรรยาและบอกกับนายตำรวจระดับสูง คือ พลตำรวจโทธานี ทวิชศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8

สอง ถ้าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองท้องถิ่น ก็มีเรื่องเกี่ยวกับข้าราชการฝ่ายปกครองระดับนายอำเภอคนหนึ่งในพื้นที่ ซึ่งก็เป็นความขัดแย้งกันในการนำเสนอข่าว โดยผู้ตายได้นำเสนอข่าวถึงข้อเท็จจริงที่แตกต่างจากหนังสือพิมพ์ฉบับอื่นๆ จากการตรวจสอบข่าวในเบื้องลึก ทราบว่าการนำเสนอข่าวของผู้ตายสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ทีเกี่ยวข้อง ตรงนี้มีโอกาสเป็นไปได้ ที่ผู้เกี่ยวข้องจากที่ผู้สื่อข่าวคนนี้เสนอข่าวได้รับผลกระทบและอาจจะเกิดความโกรธแค้น ซึ่งประเด็นนี้ไม่ได้เกิดจากการสูญเสียผลประโยชน์แต่อาจเกิดจากความโกรธแค้นส่วนตัว

สาม เป็นประเด็นเกี่ยวกับการนำเสนอข่าวเรื่องการเมืองอีกเช่นกัน แต่เป็นการเมืองท้องถิ่นที่ไม่ใช่ อบจ.โดยผู้สื่อข่าวไปขุดคุ้ยการทุจริตในวงการปกครองส่วนท้องถิ่นหลายๆ แห่ง ถ้ามองประเด็นตรงนี้ผู้สื่อข่าวมีโจทก์เยอะ มีคนที่ไม่พอใจจากการนำเสนอข่าวค่อนข้างมาก

ตรงนี้เองทำให้ทางสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้ได้คุยกับ พลตำรวจตรีกระจ่าง สุวรรณรัตน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช บอกว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องรีบแต่ขอให้มีแนวทางสืบสวนสอบสวนที่ค่อนข้างละเอียด และจะได้ไม่ผิดแนวทาง เพราะเราไม่อยากให้ตำรวจหลงประเด็น เนื่องจากผู้ตายมีศัตรูค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในวงการของการเมืองท้องถิ่น

เราก็รู้อยู่แล้วว่าในวงการการเมืองท้องถิ่นเขามักจะตัดสินกันด้วยการฆ่ากันมากกว่าจะตัดสินด้วยวิธีอื่น เพราะวิธีคิดของนักการเมือง คือ ทำอย่างไรให้นักข่าวยุติการนำเสนอข่าว วิธีการที่นักการเมืองคิดได้เกือบทุกจังหวัดคือฆ่านักข่าว เพราะนักการเมืองพวกนี้เชื่อว่าในทางสอบสวนเจ้าหน้าที่จะไม่สามารถขยายถึงตัวผู้บงการนักการเมืองจะยุติการนำเสนอข่าวให้ได้ก่อน

แล้วผลพวงที่จะตามมาจากการที่ผู้สื่อข่าวถูกฆ่าตาย นักการเมืองเหล่านี้สามารถใช้อิทธิพลในการวิ่งเต้นล้มคดีได้ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะจับได้แค่มือปืน แต่ไม่สามารถสาวถึงผู้บงการ ในประเทศเราส่วนใหญ่ผู้บงการมักจะลอยนวล

กรณีที่เกิดขึ้น ผู้ที่เสียชีวิตไม่ได้เป็นสมาชิกของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย เพราะหลายปีที่ผ่านมาขาดการติดต่อ ไม่ได้มาประชุมไม่ได้จ่ายค่าบำรุงก็ถูกตัดออกจากการเป็นสมาชิก แต่ในฐานะผู้ร่วมวิชาชีพสมาคมฯ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ

สมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทยเป็นคนแรกที่รับรู้เรื่องนี้และออกแถลงการณ์ประณาม เป็นสมาคมแรกที่รับทราบและออกแถลงการณ์ประณามในการกระทำของกลุ่มผู้บงการว่าเป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน และคุกคามสิทธิเสรีภาพของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อ

วันเดียวกันหลังจากออกแถลงการณ์วันเดียวกันได้โทรศัพท์ไปหาผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราชด้วยตัวเองและขอให้ตำรวจคุ้มครองครอบครัวของผู้ตายและสืบสวนหาข้อเท็จจริงโดยเร็ว และผมได้โทรไปบอกพลตำรวจโท ธานี ทวิชศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 อุ่นใจที่ท่านทราบความเป็นมาเป็นไปของเรื่อง เพราะได้คุยกับผู้ตายก่อนแล้ว

ในเรื่องสวัสดิการนักข่าวที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ สมาคมก็จะรับผิดชอบในเรื่องสวัสดิการและทางกฎหมาย บทบาทหน้าที่ของสมาคม รับผิดชอบดูแลเพื่อนสมาชิก ในเรื่องกฎหมายถ้าหากผู้สื่อข่าวที่เป็นสมาชิกถูกฟ้องร้องจากการทำข่าวทางสมาคมฯ จะจัดการให้หมด จนกว่าคดีจะยุติ

ในส่วนของสมาชิกที่เสียชีวิต จะเข้าไปดูแลเรื่องสวัสดิการและช่วยเหลือตามกฎระเบียบเท่าที่ทำได้ แม้ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ช่วยเหลือเบื้องต้นไปก่อน อย่างกรณีสมาชิกประสบอุบัติเหตุ สมาคมก็จะรักษาพยาบาลเบื้องต้นในวงเงินที่ต่ำสุด 2,000 บาท ไม่เกิน 10,000 บาท ในกรณีเสียชีวิตก็มีเงินสวัสดิการรายละ5,000 บาท และมีการพิจารณาช่วยเหลือเป็นกรณีไป

สำหรับสวัสดิการผู้สื่อข่าวใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราอาจจะมีอะไรพิเศษมากขึ้นในทุกเรื่อง อย่างกรณีบาดเจ็บจากการทำหน้าที่ เราก็มีเครือข่ายที่จะให้เงินช่วยเหลือสนับสนุนในการรักษาพยาบาลและช่วยเหลือเบื้องต้นมากกว่าสมาชิกอื่นๆ

บทบาทอีกเรื่องคือให้ความรู้ อบรม สัมมนาวิชาชีพสื่อให้สมาชิกในแต่ละปีว่าจะจัดสัมมนาเรื่องอะไรบ้างตามสถานการณ์ว่าในช่วงนี้เกิดอะไรขึ้น ผู้สื่อข่าวในพื้นทีควรจะมีความรู้เรื่องอะไร เพื่อนำความรู้ไปพัฒนาในวิชาชีพตัวเอง เช่น ผู้สื่อข่าวใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราอบรมเรื่องการทำข่าวในสถานการณ์ความขัดแย้ง

ภาพรวมของผู้สื่อข่าวในยุคนี้ ยอมรับว่าคุณภาพของผู้สื่อข่าวดีขึ้นมาก ส่วนใหญ่จบปริญญาตรี ทำให้เชื่อว่าสามารถแยกแยะหรือมีกระบวนการคิดได้ดีกว่าคนที่ไม่จบปริญญา ทำให้มั่นใจว่า เขามีวิธีคิดวิสัยทัศน์ที่มองเหตุการณ์ต่างๆออก ไม่หลงประเด็นข่าว ไม่ตรงเป็นเครื่องมือของฝ่ายตรงกันข้าม

โดยภาพรวมในการนำเสนอข่าว เราเห็นว่าการนำเสนอข่าวของนักข่าวในพื้นที่ปัจจุบันมีความหลากหลาย เข้าใจในแง่มุมต่างๆ รู้จักที่จะนำเสนอข่าวในด้านอื่นๆ ทั้งสิ่งแวดล้อม ผลกระทบกับประชาชน ให้ความสนใจสิ่งเหล่านี้มากขึ้นแทนที่จะหมกมุ่นอยู่กับข่าวอาชญากรรมรายวัน

ภาพรวมของคนหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นมีความรู้ความสามารถความเข้าใจไม่ต่างจากส่วนกลาง อาจจะเก่งมากกว่าด้วย เพราะนักข่าวภูมิภาคมีความสามารถหลากหลายทำข่าวได้ทุกเรื่อง ในขณะที่นักข่าวในกรุงเทพ แยกส่วนหมด การเมือง อาชญากรรม การศึกษา เป็นต้น

อย่างน้อยสังคมสามารถพึ่งสื่อได้ ถ้าสื่อเข้าใจมีความคิดและวิสัยทัศน์ก็จะเป็นที่พึ่งมากขึ้นให้กับคนด้อยโอกาสในสังคม เพราะจะให้เขาไปแสวงหาทางอื่น เขาไปไม่เป็น ส่วนคนไม่ด้อยโอกาสเขาก็มีช่องทางอื่นในการแสวงหาความเป็นธรรมจากองค์ความรู้ที่เขามีอยู่แล้ว

สื่อรุ่นใหม่มีข้อเสียเรื่องเดียวคือ ขาดความเข้มข้นในจิตวิญญาณของการเป็นนักข่าว เหตุผล เพราะสื่อรุ่นใหม่ไม่ได้ผ่านการเคี่ยวกรำ เรียนจบหรือเกิดมาพร้อมเทคโนโลยี ทำให้การเข้ามาเป็นผู้สื่อข่าวง่าย อาจมาพร้อมโทรศัพท์มือถือ โน้ตบุ๊ก กล้องดิจิตอล ก็สามารถเป็นผู้สื่อข่าวได้

อีกอย่าง ปัจจุบันช่องทางในการแสวงหาข้อมูลง่าย สามารถคลิกไปที่อินเตอร์เน็ตได้ ทำให้ผู้สื่อข่าวรุ่นใหม่ขาดประสบการณ์การเคี่ยวกรำจากการทำงาน งานของผู้สื่อข่าวรุ่นใหม่สัมผัสลึกๆ แล้ว รู้สึกว่าขาดเสน่ห์ของจิตวิญญาณของสื่อที่ควรจะเป็น

ผมเป็นนักข่าวมานาน ผมสัมผัสเรื่องนี้ได้ เช่น ข่าวบางข่าวนำเสนอแง่มุมไม่ครบถ้วน ขาดความหนักแน่น”

--------------------------------------------------------------------------------

ที่มา: ประชาไท

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความเห็นได้ที่นี่