ข่าวสั้นจากINN

วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2551

สื่อในสถานการณ์ม็อบพันธมิตรอีกครั้ง...

สื่อ-พธม.ร้าวหนัก ล่าสุดนักข่าวรวมหัวบอยคอต"จำลอง"

หมายเหตุ:เป็นการรวบรวมปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างสื่อมวลชนกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.)อีกวาระหนึ่ง โดยหลังจากถูกระบุว่าสื่อต่างๆเข้าข้างพันธมิตร ปรากฎว่าระยะหลัง ความสัมพันธ์ดังกล่าวเริ่มมีปัญหา หลังจากไม่กี่วันที่ผ่านมา "การ์ดพันธมิตร"ได้คุกคามช่างภาพโทรทัศน์ไม่ให้ถ่ายภาพอุจาดตาที่พวกตนก่อขึ้น ตามมาด้วยช่างภาพของ นสพ.ข่าวสดถูกล้อมกรอบคุกคาม ทำให้ข่าวสดเปิดศึกนำเสนอข่าวเชิงลบของพันธมิตรทั้งเรื่องมีการขายอุปกรณ์เสพยาไอซ์ในม็อบ การ์ดศรีวิชัยคุมวินมอเตอร์ไซค์ทำเนียบคิดค่าโดยสารโหด และข่าวเกิดมลภาวะน้ำเน่าในที่ชุมนุม แต่นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรโบ้ยว่าเพราะสื่อพูดกับพันธมิตรไม่ดีก่อน จึงเกิดการกระทบกระทั่งล่าสุดแกนนำพันธมิตรได้แก้ลำสื่อมวลชนด้วยการขึ้นไปแถลงข่าวบนเวที ซึ่งก็ทำให้สื่อมวลชนบางส่วนกลัวไม่กล้าซักถามเพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย ขณะที่อีกบางส่วนก็บอยคอตต์การแถลงข่าวในลักษณะดังกล่าว

สื่อบอยคอตพธม.หลังเปลี่ยนการแถลงข่าว

สำนักข่าวINNรายงานว่า สื่อBoycott พันธมิตร หลังเปลี่ยนรูปแบบแถลงข่าว ขึ้นแจงบนเวทีอย่างเดียว อ้าง เพื่อให้ประชาชนฟังด้วยแกนนำต้องการนำเสนออะไร

พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ ได้เดินทางมายังห้องผู้สื่อข่าวทำเนียบรัฐบาล เพื่อชี้แจงกับสื่อมวลชนถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแถลงข่าวประจำวัน ในเวลา 10.00 น. ซึ่งจากเดิมแถลงข่าวในห้องผู้สื่อข่าวทำเนียบฯมาเป็นการแถลงข่าวบนเวทีพันธมิตร โดยให้เหตุผลว่า เพราะต้องการให้ผู้ชุมนุมได้รับทราบสิ่งที่แกนนำพันธมิตรฯแถลงต่อผู้สื่อข่าวโดยเร็วที่สุด เพราะไม่เช่นนั้น ผู้ชุมนุมคงต้องรอการอ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ในวันรุ่งขึ้น ซึ่งล่าช้าเกินไปทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนรูปแบบดังกล่าว จะเริ่มวันนี้เป็นวันแรก
นอกจากนี้ พล.ต.จำลอง ยังกล่าวยืนยันว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้เป็นการกดดันการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนหรือ ทำให้สื่อมวลชนได้รับการจับตามองเป็นพิเศษจากกลุ่มผู้ชุมนุมแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามเมื่อ พล.ต.จำลอง พร้อมด้วยนายสมศักดิ์ โกศัยสุข ขึ้นแถลงข่าวบนเวทีปราศรัย ผู้สื่อข่าวทุกแขนงต่างเพิกเฉยต่อการแถลงข่าวในวันนี้ โดยเพียงแต่สังเกตการณ์อยู่บริเวณด้านล่างเวทีปราศรัยเท่านั้น

ข่าวสดตามกัดต่อเนื่องระบุแถลงข่าวแบบนี้เป็นการคุกคามสื่อ

ด้านข่าวสดรายงานว่าเวลา 08.15 น.(16ก.ย.)พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวบนเวทีปราศรัย ว่า นับตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. แกนนำพันธมิตรฯจะเปลี่ยนรูปแบบการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนจากเดิมที่แถลงข่าวที่ห้องผู้สื่อข่าว มาเป็นบนเวทีพันธมิตรฯ ในเวลา 10.00-10.30 น. ขอให้ผู้สื่อข่าวมาสัมภาษณ์บนเวที เพราะกลุ่มพันธมิตรฯ มีความจริงที่สามารถตอบได้ทุกคำถาม และเพื่อให้ผู้ชุมนุมได้รับทราบข่าวที่แกนนำพูดไปทันที ไม่ต้องไปรออ่านข่าวในวันรุ่งขึ้น

ภายหลังพล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ได้เดินเข้ามายังห้องผู้สื่อข่าว เพื่อแจ้งให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงการแถลงข่าวโดยจะขึ้นไปแถลงข่าวบนเวทีปราศรัยแล้วให้ผู้สื่อข่าวไปซักถามบนเวทีหรือซักถามด้านล่างเวทีโดยจะมีการจัดไมโครโฟนเอาไว้ให้ โดยให้เหตุผลว่าต้องการให้ผู้ชุมนุมที่อยู่ในทำเนียบรัฐบาล สะพานมัฆวานฯ และผู้ที่ดูเอเอสทีวีทางบ้านได้รับทราบข่าวสารไปพร้อม ๆ กับนักข่าวที่อยู่ในทำเนียบ อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวได้ตั้งข้อสังเกตว่าการให้นักข่าวไปถามกลางผู้ชุมนุมจะเป็นการกดดันการทำหน้าที่สื่อมวลชนมากกกว่า พล.ต.จำลอง กล่าวว่า ไม่ได้เป็นการกดดันผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด การที่แกนนำพันธมิตรฯมาพบนักข่าวแต่ละครั้งพวกเราดีใจ การแถลงข่าวแต่ละครั้งพวกเราพูดและคิดไปตามเหตุผล เมื่อถามว่า แกนนำจะการการันตีได้อย่างไรในเรื่องความปลอดภัยของนักข่าวที่ถามคำถามไม่ตรงใจพันธมิตรฯ พล.ต.จำลอง ยืนยันว่า เราขอการันตีในความปลอดภัยของผู้สื่อข่าวทุกคน แต่เรื่องที่ผู้ชุมนุมมีการแสดงอาการยิ้มหรือหัวเราะออกมาเป็นเรื่องธรรมชาติ ที่ผ่านมาตนและนักข่าวก็ถามกระทบกระทั่งกันอยู่แล้ว ถามแล้วตอบได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ก็เป็นเรื่องปกติ

เมื่อถามว่า นักข่าวบางสำนักที่ถูกทางพันธมิตรฯโจมตีทุกวันเช่นเอ็นบีทีจะทำงานลำบากมากขึ้นหรือไม่ พล.ต.จำลอง กล่าวว่า เราไม่ได้เจาะจงว่าใครจะเป็นเอ็นบีทีหรือสื่อประเภทใด เรามีความเสมอภาคและไม่มีอคติกับสื่อประเภทไหน ซึ่งการย้ายสถานที่แถลงข่าวอยู่ที่ผู้สื่อข่าวจะเห็นด้วยหรือไม่ เราไม่บังคับ ใครอยากมาก็มา ไม่อยากมาก็ไม่เป็นไร

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าการทำเช่นนี้จะเป็นการคุกคามสื่อหรือไม่ พล.ต.จำลอง ตนคิดว่าเป็นการเปิดเสรีภาพของสื่อที่จะถามได้ทุกคำถาม รวมทั้งประชาชนและผู้ชุมนุมสามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารได้ทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่พล.ต.จำลอง ออกจากห้องผู้สื่อข่าว ผู้สื่อข่าวทุกแขนง ได้หารือร่วมกันโดยลงความเห็นว่าจะไม่มีการไปซักถามข่าวแกนนำบนเวทีหรือหน้าเวที ตามข้อเสนอของพล.ต.จำลอง โดยถือว่าเป็นความพยายามกดดันการทำหน้าที่สื่อมวลชน และเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยในการทำหน้าที่ แต่จะรายงานข่าวตามที่แกนนำฯกล่าวบนเวทีเท่านั้น
--------------------
แกนนำพธม.ย้ายที่แถลงข่าวขึ้นเวที ทำนักข่าวไม่กล้าถาม หวั่นไม่ปลอดภัย "จำลอง"ท้าตร.จับขู่คนมาเยอะขึ้น

ขณะที่มติชนรายงานข่าวว่า แกนนำพธม.เปลี่ยนที่แถลงข่าวจากรังนกกระจอกขึ้นเวที นักข่าวไม่กล้าถาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแถลงข่าวของกลุ่มแกนนำพันธมิตรฯในวันนี้ (16 ก.ย.) ได้ย้ายสถานที่แถลงข่าวจากห้องนักข่าวเป็นบนเวทีปราศรัย อย่างไรก็ตาม ภายหลังจบการแถลงข่าวดังกล่าว ไม่มีนักข่าวถามปัญหาอย่างที่แล้วมาแต่อย่างใด เนื่องจากไม่มั่นใจในความปลอดภัย

พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงบนเวทีปราศรัย เมื่อวันที่ 16 กันยายน ว่า ทางแกนนำจะปักหลักในทำเนียบรัฐบาลต่อ โดยจะไม่มอบตัวและพร้อมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาจับอย่างไม่เกรงกลัว แต่ตำรวจเข้ามาจับแกนนำแล้ว ผู้ชุมนุมก็จะมากขึ้น ส่งผลให้การทำงานของตำรวจยากกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม เห็นว่าข้อหากบฏนั้นรุนแรงเกินไป

สื่อก็บอยคอต แถมนักวิชาการขาเก่าเฉดหัวแกนเน่ามอบตัว

ขณะเดียวกันสำนักข่าวประชาไทรายงานว่า รศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งสนับสนุนพันธมิตรมาตลอดได้กล่าวในการเสวนา บทบาทนักศึกษาในวิกฤตการณ์การเมือง ว่า ผมไม่เคยเรียกว่าการกระทำของผมเป็นอารยะขัดขืน(การฉีกบัตรเลือกตั้งและเข้ามอบตัวตำรวจ)...แต่คนเขาชอบเขาก็เรียกอารยะขัดขืน คนไม่ชอบก็เรียกอนารยะขัดขืน แต่ถ้าหนีไปเลย หายไปไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการ หายไปเลยก็ไม่ใช่อารยะขัดขืน แต่ผมพยายามเรียกร้องให้แกนนำพันธมิตรฯ มอบตัว ชัดเจน ผมพูดออกสื่อไปแล้ว

ผมพูดในฐานะที่ผมรักพันธมิตรฯ อย่าไปกลัวเลย ที่บอกว่าจะถูกฆ่าทิ้งระหว่างทาง เพราะถ้าจะถูกฆ่าทิ้งก็ให้ฆ่าก็เป็นความชัดเจนของระบอบระยำ ทีนี้มีคนบอกว่าเห็นใจแกนนำพันธมิตรฯ นั้น ผมก็เคยคิดว่าถ้าคานธีอารยะขัดขืนฮิตเลอร์จะเกิดอะไรขึ้น เพราะคานธีขัดขืนรัฐบาลอังกฤษ

ผมคิดว่า ถ้าคานธีอยู่ในเยอรมัน คานธีก็ยังคงทำสิ่งเดิม แต่อาจจะเป็นที่รู้จักช้าหน่อย เช่น ต้องรอคนไปขุดศพเจอ ต้องให้มีนักสารคดีไปขุดค้น

สื่อเอาคืนเป็นชุด ขุดความชั่วอันธพาลพธม.ประจาน

โดย ข่าวสดที่มา ข่าวสด16 กันยายน 2551

ทำเน่าฯ- พื้นที่บริเวณที่กลุ่มพันธมิตรฯปักหลักชุมนุมในทำเนียบฯ ส่งกลิ่นเน่าเหม็นอย่างหนัก มียุงวางไข่ จนต้องรื้อไม้พาเลทออกแล้วดูดน้ำเน่าทิ้ง เทปูนขาวโรยทับแล้วนำทรายมากลบ ระดมฆ่าเชื้อโรคและฆ่ายุงอย่างหนัก(คำบรรยายภาพจากข่าวสด)

แกนนำพันธมิตรฯ เตือนการ์ดหยุดคุกคามสื่อมวลชน เผยตักเตือนไปหลายครั้งแล้วแต่ก็ยังเกิดเรื่องบ่อยๆ คงเพราะกดดัน-หวาดระแวง ย้ำสื่อต้องทำงานโดยอิสระ "จำลอง"ระบุไม้กอล์ฟ-เบสบอล-เหล็กด้ามธงไม่ใช่อาวุธ แต่การ์ดต้องพกไว้ป้องกันตัว แฉวางขายโจ๋งครึ่มในม็อบ อุปกรณ์เสพยาไอซ์-บารากู่ ชาวบ้านโวยวินจยย.ขูดเลือดเก็บเที่ยวละ 30-50 บาท โดยมีการ์ดพันธมิตรฯ เป็นคนคุมวินด้วย

หลังจากช่างภาพของข่าวสดโดนการ์ดพันธมิตรคุกคามล้อมกรอบ ข่าวเชิงลบที่ไม่เคยถูกนำเสนอก็ปรากฎออกมาทางข่าวสดเป็นซีรีส์ต่อเนื่อง โดยล่าสุดข่าวสดรายงานข่าวดังนี้

เตือนการ์ด-หยุดคุกคามสื่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากกรณีหน่วยรักษาความปลอดภัยหรือการ์ดพันธมิตรฯ ขัดขวางการทำงานของสื่อมวลชนที่มาทำข่าวที่ทำเนียบรัฐบาลอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งสื่อมวลชนเคยร้องเรียนไปที่แกนนำหลายครั้ง ล่าสุดการ์ดพันธมิตรฯ เกือบจะมีเรื่องกระทบกระทั่งกับช่างภาพโทรทัศน์ช่องหนึ่ง โดยได้สั่งห้ามผู้สื่อข่าวติดตามทำข่าวและใช้มือปิดหน้ากล้องไม่ให้บันทึกภาพชายต้องสงสัยว่าจะเป็นกลุ่ม นปก.แฝงตัวเข้ามาก่อความวุ่นวาย นอกจากนี้ยังฮือล้อมกรอบช่างภาพหนังสือพิมพ์ เพราะไม่พอใจที่เข้าไปถ่ายบริเวณตึกแดง
นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวว่า ได้เคยตักเตือนการ์ดพันธมิตรฯ หลายครั้งแล้ว จึงแปลกใจที่ยังคงเกิดเรื่องทำนองนี้ขึ้นอีก แต่ต้องเข้าใจว่าการ์ดพันธมิตรฯ มีอยู่จำนวนมาก อีกทั้งต้องมาอยู่ในสภาวะที่กดดัน จึงมีความระแวงบ้างเป็นธรรมดา เบื้องต้นตนจะไปตักเตือนและอนุญาตให้ผู้สื่อข่าวบันทึกภาพหรือทำข่าวได้อย่างอิสระ เพราะเราไม่มีอะไรต้องปิดบังอยู่แล้ว โดยขอให้ใช้วิจารณญาณคำนึงถึงความเหมาะสมในการทำหน้าที่ด้วยยัน"เหล็กด้ามธง"ไม่ใช่อาวุธต่อมาเวลา 10.50 น.

พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ กล่าวปราศรัยบนเวทีว่า กระบองและไม้กอล์ฟ ไม้เบสบอลและด้ามธงทั้งที่เป็นเหล็กและไม้ที่การ์ดพันธมิตรฯ ถืออยู่ไม่ใช่เป็นอาวุธ ตราบใดที่ยังไม่นำไปตีใคร แต่เรามีไว้ป้องกันตัวในยามจำเป็น เพราะการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ อยู่ในความเสี่ยงตลอดเวลา เนื่องจากตำรวจไม่ได้มาดูแลความปลอดภัยให้ ถ้าไม่มีสิ่งของเหล่านี้เราคงอยู่ไม่ได้และตนจะไม่อยู่ที่นี่เหมือนกัน เพราะตนผ่านมาหลายการชุมนุมและสงครามแล้ว แต่ขอเตือนให้การ์ดพันธมิตรฯ พกของให้มิดชิด
อย่านำมาเดินกร่างไปมา แต่เวลาเข้าเวรรักษาความปลอดภัยต้องพกติดตัวตลอดเวลา เพราะตำรวจจะมาจับกุมไม่ได้ เนื่องจากไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายขายโจ๋งครึ่มอุปกรณ์เสพยาไอซ์

ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มประชาชนที่มาร่วมชุมนุมกับพันธมิตรฯ ภายในทำเนียบรัฐบาลว่า ได้มีกลุ่มพ่อค้านำอุปกรณ์การเสพยาไอซ์ มีลักษณะเป็นขวดแก้วใสหลายขนาด พร้อมหลอดแก้วมาวางขายกันอย่างโจ่งแจ้ง โดยวางปะปนกับสินค้าอื่นๆ อาทิ แว่นตา ไฟแช็ก มีดพก และไฟฉาย เป็นต้น โดยไม่มีการว่ากล่าวตักเตือน ซึ่งร้านดังกล่าวตั้งอยู่บริเวณทางออกฝั่งประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล ถนนราชดำเนินนอก และอยู่ห่างจากเต็นท์ของพล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ และเต็นท์ของสำนักสันติอโศกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ไปตรวจสอบร้านค้าดังกล่าว พบว่ามีการนำอุปกรณ์หลอดแก้วดังกล่าวเข้ามาจำหน่ายในพื้นที่การชุมนุมของพันธมิตรฯ จริง จำหน่ายในราคาตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป แล้วแต่ขนาดของหลอดแก้ว โดยมีกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนมากให้ความสนใจเลือกซื้อ บางคนนำอุปกรณ์ดังกล่าวมาทดสอบก่อนซื้ออยู่หน้าร้านด้วย ทั้งนี้ เมื่อสอบถามพ่อค้ายอมรับว่าเป็นหลอดแก้วใช้สำหรับเสพยาไอซ์

แฉจยย.รับจ้างขูดเลือดปชช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากร้านค้าที่วางขายสินค้าที่ไม่เหมาะสมแล้ว ยังมีประชาชนจำนวนมากร้องเรียนเกี่ยวกับค่าบริการรถจักรยานยนต์รับจ้างที่มาจอดให้บริการอยู่บริเวณแยกมิสกวัน และแยกอื่นๆ รอบทำเนียบรัฐบาล ว่ามีการเก็บเงินค่าโดยสารแพงกว่าปกติมาก โดยเมื่อไปตรวจสอบก็พบว่าวินจักรยานยนต์รับจ้างในละแวกดังกล่าวมีกลุ่มการ์ดพันธมิตรฯ เป็นผู้ดูแล และคอยจัดคิวให้ โดยมีการคิดค่าบริการที่แพงมาก ระยะทางแค่ประมาณ 200-500 เมตรคิด 30-50 บาท แต่หลายคนยอมใช้บริการเนื่องจากกลุ่มพันธมิตรฯ ได้ปิดถนนหลายสายโดยรอบทำเนียบ ประชาชนส่วนใหญ่จึงจำเป็นต้องหันไปใช้วินจักรยานยนต์รับจ้างดังกล่าว

สุริยะใสโบ้ยสื่อพูดจาไม่เหมาะสม

เวลา 19.30 น. นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯ กล่าวถึงเหตุกระทบกระทั่งของการ์ดพันธมิตรฯ และสื่อมวลชนว่า เมื่อคืนวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา เรียกประชุมการ์ดทั้งหมดทุกจุดเพื่อทำความเข้าใจ เพราะพันธมิตรฯ ถือเป็นวาระสำคัญในการให้เกียรติต่อการทำงานของสื่อ เท่าที่สอบถามจากการ์ดทั้งหมดพบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาจาก 2 ส่วน คือ การ์ดบางคนมีความกดดันและมีอคติกับสื่อบางแขนง อีกส่วนมาจากบางครั้งสื่อบางแขนงใช้คำพูดไม่เหมาะสม แต่พันธมิตรฯ กำลังวางระบบควบคุมเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก

ตีข่าวทำเนียบเน่า พธม.ปราบเชื้อโรค-ยุงลาย

เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งปักหลักอยู่ภายในทำเนียบรัฐบาลว่า เวลา 06.00 น. เจ้าหน้าที่กองทัพธรรมประมาณ 100 คน นำโดยร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ ผู้ประสานงานกองทัพธรรม ได้ช่วยกันรื้อไม้พาเหรดที่วางทับโคลนบริเวณหน้าสนามตึกไทยคู่ฟ้าออกเพื่อปรับพื้นที่ใหม่ เนื่องจากขณะนี้กลุ่มผู้ชุมนุมประสบปัญหากับระบบสุขอนามัย โดยเฉพาะกลิ่นเน่าเหม็นและยุงลายที่มาวางไข่ตามแอ่งน้ำ โดยเจ้าหน้าที่กองทัพธรรมต้องโกยดินโคลนและหญ้าที่เน่าออก จากนั้นได้นำปูนขาวมาโรยทับถึง 3 ชั้นเพื่อฆ่าเชื้อโรคและป้องกันยุงลายมาวางไข่ พร้อมกันนี้ได้นำรถบำบัดน้ำเสียกำจัดกลิ่นและไขมันมาดูดดินโคลนที่เสียออกไปก่อนจะนำทรายมาเททับ
อีกชั้นหนึ่งเพื่อดูดซึมซับน้ำหากมีฝนตกลงมาอีก แล้วจึงนำไม้พาเหรดมาวางทับคืนที่เดิมเพื่อให้กลุ่มผู้ชุมนุมได้นั่งฟังการปราศรัย

พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวว่า แนวคิดการรื้อพื้นนั้นมาจากผู้ชุมนุมที่เป็นวิศวกรได้แนะนำว่าหากปล่อยให้พื้นที่ดังกล่าวเน่าเหม็นจะเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคและส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยได้ในอนาคต ดังนั้น กลุ่มพันธมิตรฯ จึงขอปรับปรุงพื้นที่หน้าสนามหญ้าตึกไทยคู่ฟ้าทั้งหมด โดยวิศวกรคนดังกล่าวเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด แต่กลุ่มพันธมิตรฯ จะพยายามเรี่ยไรเงินเพื่อช่วยสมทบปรับปรุงพื้นที่ดังกล่าว

------------

ข่าวสดเอาคืนตีข่าวพันธมิตรเล่นยาไอซ์ในทำเนียบ
โดย หนังสือพิมพ์ข่าวสดที่มา ข่าวสด16 กันยายน 2551

สื่อมวลชนโดนพันธมิตรคุกคามหนัก ทั้งโดนจำลองลุอำนาจตะคอกใส่หน้า ทั้งห้ามช่อง7ถ่ายภาพพาลธมิตรรุมสกรัมชาวบ้าน ล่าสุดช่างภาพข่าวสดเจอรุมล้อมกรอบแค่ถ่ายภาพความจริงม็อบเปลี่ยนทำเนียบเป็นสลัม ถึงที่สุดก็สุดทน"ข่าวสด"เริ่มปฏิบัติการเอาคืน แฉความจริงวันนี้มีวางขายอุปกรณ์เสพยาไอซ์ในที่ชุมนุม ขาม็อบแห่อุดหนุนคึกคัก แถมการ์ดศรีวิชัยคุมวินมอเตอร์ไซค์โก่งค่าโดยสารโคตรแพง

การ์ดพันธมิตรคุกคามสื่ออีก ถึงคิวช่างภาพข่าวสดโดนล้อมกรอบ

หนังสือพิมพ์ข่าวสดนำเสนอข่าวว่า การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนบริเวณการชุมนุม ยังประสบปัญหากับกลุ่มการ์ดนักรบศรีวิชัย แม้บรรดาแกนนำเคยออกมาประกาศให้การ์ดอาสาสมัครอำนวยความสะดวกในการทำงานของผู้สื่อข่าวในทุกพื้นที่ ล่าสุดช่างภาพของหนังสือพิมพ์ข่าวสด ถูกนักรบศรีวิชัยแสดงความไม่พอใจ หลังถ่ายภาพความรกรุงรังของเต็นท์ผู้ชุมนุม และภาพความสกปรกของห้องอาบน้ำบริเวณหน้าสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี หรือตึกแดง โดยควบคุมตัวเข้าไปภายในเต็นท์ที่พักของนักรบศรีวิชัย ก่อนยกพวกมาล้อมกรอบจำนวนมาก ขอค้นดูเอกสารทั้งหมดจนพอใจ จึงยอมปล่อยออกมา โดยอ้างว่า เมื่อคืนมีเจ้าหน้าที่ทำเนียบฯแอบเข้าไปขโมยเอกสารภายในสำนักเลขาฯ จึงต้องเข้มงวด

ช่อง7 โวยถูกห้ามทำข่าว

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์สีช่อง 7 โทรศัพท์มาบอกผู้สื่อข่าวที่อยู่ภายในห้องผู้สื่อข่าวว่า พบเหตุการ์ดพันธมิตรรุมทำร้ายผู้ต้องสงสัยอยู่ที่บริเวณสะพานอรทัยข้างทำเนียบรัฐบาล แต่ถูกขัดขวางไม่ให้ถ่ายภาพ เมื่อกลุ่มผู้สื่อข่าวไปถึงไม่พบเหตุดังกล่าว เมื่อสอบถามการ์ดพันธมิตรที่อยู่บริเวณดังกล่าวปฏิเสธว่าไม่มีเหตุดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อสอบถามไปยังหัวหน้าการ์ดพันธมิตร นายกิตติชัย ใสสะอาด กล่าวว่า จะเข้าไปดูแลเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก แต่ยอมรับว่านักรบศรีวิชัยมักมีเรื่องร้องเรียนทำนองนี้เป็นจำนวนมาก ที่ผ่านมาพยายามบอกให้ลดความรุนแรงในการปฏิบัติหน้าที่ลงบ้าง แต่ยังมีปัญหาอยู่เป็นประจำ

สุริยะใสแจงวุ่นการ์ดคุกคามสื่อ

นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรกล่าวถึงกรณีผู้สื่อข่าวถูกคุกคามจากการ์ดพันธมิตรฯ ว่า หากเกิดกรณีคุกคามสื่อ พันธมิตรฯ มีมาตรการเดียว คือ ให้ออกสถานเดียว แต่ต้องขอรบกวนสื่อเนื่องจากมีมาตรการที่เข้มข้นในการตรวจสอบแต่ละจุดก่อนเข้าทำเนียบ จึงอาจมีการกระทบกระทั่งกันบ้าง เนื่องจากการ์ดศรีวิชัยและการ์ดอาสาที่รับเข้ามาอยู่ในภาวะกดดัน บางครั้งมีอารมณ์ ที่ผ่านมาได้กำชับและแจ้งให้ทุกจุดทราบให้อะลุ้มอล่วยกับสื่อมวลชน หากเกิดเรื่องให้ประสานงานกับนายกิตติชัย ใสสะอาด หัวหน้าการ์ด และจะดำเนินการช่วยเหลือสื่อมวลชนทันที

"ผมต้องขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนด้วย เพราะการ์ดอาสาที่รับสมัครเข้ามามาจากร้อยพ่อพันแม่มีความคิดที่ไม่เหมือนกัน และไม่ใช่การ์ดมืออาชีพ บางครั้งก็ต้องมีอารมณ์ ประกอบกับเป็นงานภาคสนาม บางครั้งจึงมีการกระทบกระทั่งกัน ซึ่งการ์ดบางคนอยู่ไปนานๆ ลายเริ่มออกเป็นนักเลง ประกอบกับที่ผ่านมาจากการสอบถามการ์ดที่มีปัญหาบางสื่อใช้วาจาที่ไม่สุภาพกับการ์ด แต่เพื่อเป็นการรักษาภาพลักษณ์ของพันธมิตรฯ เราจึงให้ความสำคัญกับสื่อมวลชน และจะดูแลให้ดีที่สุด" นายสุริยะใสกล่าว

จำลองใหญ่จริงตะคอกสื่อเพราะโดนถามจี้ใจดำ

ในการแถลงข่าวเรื่องการเมืองใหม่ สื่อมวลชนถามกรณีที่มีนักวิชาการถามว่า หากต้องการเปลี่ยนแปลงการเมือง ทำไมพันธมิตรไม่ตั้งพรรคการเมืองใหม่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ตอบเสียงดังสวนทันทีว่า อย่ามากวน ตนเคยลงเลือกตั้งและปราบมาหมดแล้ว แต่การเลือกตั้งเป็นเรื่องของผลประโยชน์ พันธมิตรเป็นภาคประชาชน เราไม่ลงเลือกตั้งอยู่แล้วเพราะไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง อยากถามกลับว่าทำไมนักวิชาการไม่ไปลงเลือกตั้งบ้าง

โวยลอบขายอุปกรณ์เสพยาไอซ์ในทำเนียบใกล้เต๊นท์

พล.ต.จำลองหลังจากโดนพันธมิตรคุกคามการทำหน้าที่สื่อมวลชน หนังสือพิมพ์ข่าวสดก็นำเสนอข่าวนี้ทันที

ข่าวสดรายงานว่า ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มประชาชนที่เดินทางมาร่วมชุมนุมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยภายในทำเนียบรัฐบาล ว่าได้มีกลุ่มพ่อค้านำอุปกรณ์การเสพยาไอซ์ มีลักษณะเป็นขวดแก้วใสหลายขนาด พร้อมหลอดแก้วมาวางขายกันอย่างโจ่งแจ้ง โดยวางปะปนกับสินค้าอื่นๆ อาทิ แว่นตา ไฟแช็ก มีดพก และไฟฉาย เป็นต้น โดยไม่มีการว่ากล่าวตักเตือนแต่อย่างใด ซึ่งร้านดังกล่าวตั้งอยู่บริเวณทางออกฝั่งประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล ถนนราชดำเนินนอก และอยู่ห่างจากเต้นส์ของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตร และเต้นส์ของสำนักสันติอโศก เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ไปตรวจสอบร้านค้าดังกล่าว พบว่าได้มีการนำอุปกรณ์หลอดแก้วดังกล่าวเข้ามาจำหน่ายในพื้นที่การชุมนุมของพันธมิตรจริง จำหน่ายในราคาตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป แล้วแต่ขนาดของหลอดแก้ว โดยมีกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนมากให้ความสนใจเลือกซื้อ บางคนก็นำอุปกรณ์ดังกล่าวมาทดสอบก่อนซื้ออยู่หน้าร้านด้วย ทั้งนี้เมื่อสอบถามพ่อค้าก็ยอมรับว่าเป็นหลอดแก้วใช้สำหรับเสพยาไอซ์

วินมอเตอร์ไซค์พันธมิตรคุมโคตรแพง

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า นอกจากร้านค้าดังกล่าวแล้ว ยังมีผู้ร้องเรียนเกี่ยวกับค่าบริการรถจักรยานยนต์รับจ้าง ที่มาจอดให้บริการอยู่บริเวณแยกมิกสกวัน และแยกอื่นๆ รอบทำเนียบรัฐบาลซึ่งเป็นวินที่กลุ่มการ์ดพันธมิตรฯ จะเป็นผู้ดูแลและคอยจัดคิวให้ โดยมีการคิดค่าบริการที่แพงมาก ระยะทางแค่ประมาณ 200-500 เมตร คิด 30-50 บาท แต่หลายคนก็ยอมใช้บริการเนื่องจากกลุ่มพันธมิตรได้ปิดถนนหลายสายโดยรอบทำเนียบ เพื่อบังคับให้มาใช้วินจยย.ดังกล่าว


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความเห็นได้ที่นี่