ข่าวสั้นจากINN

วันอังคารที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ความในใจ.."ใบตองแห้ง".."พี่ถึก"แห่งไทยโพสต์..อดีตคนข่าวINNหลังโดน"งานเข้า"

ว่ายทวนน้ำ คู(ณ)ใบตอ(ง)แฮ่(ง)ที่ระ(ก)

20 ตุลาคม 2551 กองบรรณาธิการ

ขอโท่(ษ)นะคับที่พู่(ด)ไม่ชะ(ด) เพ็อะเป็(น)ญ่า(ติ)แม้ว จะพยายา(ม)พู่กับคูใบตอแฮ่ให้รู้เรื่อ(ง)นะคับ เขียนเหนื่อยจังนะ ไม่เป็นแม้วดีกว่า

ผมน่ะซื่อสัตย์ ท่าน "ผู้พิพากษาหญิง" ไม่น่าเอาความลับของผมมาเปิดเผยเลยว่า ผมกับเมียที่เคารพพากันไปติดสินบนตุลาการรัฐธรรมนูญในคดีซุกหุ้นภาคแรก มันจำเป็นน่ะครับ ไม่เช่นนั้นพี่เมียผมจะชนะมาอย่างเฉียดฉิว 8 ต่อ 7 ได้อย่างไร ผมก็ต้องนึกถึงโลกธรรม แต่เอาแค่ 3 ข้อคือ ลาภ ยศ สรรเสริญ แล้ว ผมและโคตรญาติก็จะมีความสุข ส่วนโลกธรรม 8 ที่เพิ่มอีก 4 ข้อ คือเสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์ นั้นผมยังไม่เห็นและไม่สนใจ

คุณใบตอแฮ่จะเลือกข้าง "มือตบ" หรือข้าง "ตีนตบ" หรือเลือกริบบิ้นขาว (ขาว) ริบบินดำ ดีกว่านะ แค่ผลักอกหรือกระชากคอเสื้อกัน ไม่ถึงกับล้มตาย

ฝากคุณอา-ภำ ส่ง
ขอบคูคับ
สมชายเอง

คุณใบตองแห้งครับ

แฟนไทยโพสต์ก็น่าจะเป็นชนชั้นกลาง แต่กลางแบบไหนไม่แน่ใจ อาจจะต่างกับชั้นกลางแบบมติชน แนวหน้า ประชาชาติ ฯลฯ อาจจะพันธมิตรฯ หรือไม่พันธมิตรฯ แต่ค่อนข้างจะไม่ใช่ นปช. แน่นอนว่าส่วนหนึ่งส่วนใหญ่ก็ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล และส่วนหนึ่ง (เมื่อประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายแค้น เอ๊ย...ฝ่ายค้าน) ก็คนใต้
ผมเองเป็นคนหนึ่งที่อยู่ชั้นกลางๆ ไปค่อนต่ำๆ หมายถึงวิทยฐานะทั่วไปซึ่งค่อนไปอย่างหลัง ไม่ได้หมายถึงความรู้ความคิดความอ่านซึ่งค่อนไปทางมาก คือรู้อะไรไม่จริงซักกะอย่างสองอย่างก็จริง แต่ก็รู้ไปซะทุกอย่างจริงๆ ไม่สักสิ่งก็สักอย่างสองอย่าง โดยเฉพาะการบ้านการเมืองเราตอนนี้ ยุคนี้มันเต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสารให้เสพให้รับกันแทบไม่ทัน จึงวางใจแบบกลางๆ ได้ว่าง (กลับมา) อ่านไทยโพสต์แทบทุกวันอีกครั้ง (ทางเน็ต) ผมมีความรู้สึกว่าได้อะไรเยอะ เหมือนคุณใบตองฯ เอาความรู้ความเข้าใจมาย่นย่อให้ฟัง อาจจะด้วยประเด็นการถกเถียงพูดคุยกัน พักหลังอ่านแล้วอยากอ่านอีก ติดใจ ชื่นชม แต่ไม่ติดสินบน (ฮา) ไม่รู้สิ ด้วยความเคารพและก็ชักจะรัก...ไม่ได้ล้อคุณไทเทียมนะเนี่ย อ่านแล้วบางทีนึกไปว่าถ้าเป็นผู้หญิงจีบไปแล้วนะนี่...อันนี้ก็ไม่ได้ล้อคุณลุงอะไรนะที่จะไปงานไทยโพสต์ครบรอบกี่ปีนะวันที่ยี่สิบเอ็ดนี่แหละ แต่ลงท้ายก็วางใจกลางๆ แล้วอ่านต่อไป

แล้วก็ขออวยพรให้ไทยโพสต์เป็นอิสรภาพทางความคิดให้กับสังคมและให้ทุกๆ คน เถ้าแก่เปลว คุณใบตองฯ ท่าน บก.ประธานท้วม ทุกๆ ท่านมีความสุขความเจริญตลอดปีตลอดไปในวาระโอกาสนี้ด้วยนะครับ
ด้วยความเคารพ

ธรรมเทพ

ป.ล.ส่วนผมอยู่ทางใต้ ขี้ยางพลกโลละสี่สิบเหลือโลละยี่สิบ ผมบอกแล้วว่าที่ดินหลายสิบไร่เว้นที่ไว้ทำสวนสมรมขุดบ่อเลี้ยงปลาบ้างก็ไม่เชื่อ เงินที่อู้ฟู่กันปีสองปีที่ผ่านมาไปอยู่ห้างสะดวกซื้อเกลี้ยงกริบหมดแล้ว ไม่เป็นไรครับ อย่างน้อยยังมีไทยโพสต์อ่านเท่านี้ก็พอใจ..อิอิ

เรียน คุณเปลว สีเงิน ผ่านไปยังนาย....หรือใบตองแห้ง นาย....

นายนี่น่าจะเป็นนักตอบจดหมายตัวแทนรัฐบาลทักษิณได้สมราคาจริงๆ นายยกตัวเองและภูมิใจตัวเองว่าเป็นคนเดือนตุลาของพวกมึงเอง แต่มึงดูถูกคนที่เสียสละและพลีชีพ เพื่อประเทศชาติคราวนี้ มึงตอบจดหมายแบบตะแบงเอาแต่ได้ตามความรู้สึกของพวกมึง มึงจะตอบยังไงก็ได้ที่พวกมึงจะตะแบงไปได้ข้างๆ คูๆ แต่พวกมึงย่ำยีคนตาย แม้กระทั่งคนตายที่เป็นเด็กผู้หญิงบริสุทธ์ มึงยังบอกว่าคนตุลารุ่นมึงมีคุณค่า แต่คนที่พลีชีพครั้งนี้อย่าเอาไปเปรียบเทียบกับคนตุลารุ่นมึง มึงช่างเลวได้เป็นสัตว์นรกจริงๆ กูเชื่อในความเป็นสัตว์นรกของมึงแล้ว มึงไม่เคยฟังเหตุผลของคนอื่นเลย มึงมีแต่ความคิดแต่จะทำลายเช่นสัตว์นรกของมึงอย่างเดียว กูเสียใจ และเสียดายความเป็น "ไทยโพสต์" ที่ถูกคนอย่างมึงทำลายมาตลอดเวลา
thaiman@hotmail.com

เรียน บก.ไทยโพสต์ที่นับถือ

อ่านคุณเปลว ท่านขุนน้อย และใครต่อใครก็เข้าใจได้ว่าทัศนะทางการเมืองคืออ่านได้ทะลุ ข้องใจแต่คุณใบตองแห้งนี่แหละ ไม่ค่อยเป็นกลางเอาเลย เขียนตอบแบบไม่เสนอทางออกแล้วก็ดูเป็นพวก skepticism ขี้สงสัยมากๆ แล้วก็ไม่เชื่อใจใครเลยแบบนี้ ก็หาจุดยืนลำบากพอสมควร ..ไม่ว่าจะเก๋าเกมยังไงก็ดูเหมือนคนไม่มีหลัก เพราะออกจะตั้งคำถามไปเสียหมด อ่านมาหลายปีจนชักรำคาญ ขอบ่นตรงๆ หวังว่า บก.คงไม่ว่าไรนะครับ

คอการเมือง

ฝากตบปากนายใบตองแห้งด้วยนะครับว่า การนำเสนอข่าว การวิเคราะห์ วิจารณ์ ควรตั้งอยู่ในกรอบของวิญญูชนพึงกระทำ มิใช่เอาโมหจริต อวิชชา หรือความลำเอียงมานำเสนอให้ผู้อ่าน อย่างเช่นการนำเสนอเรื่องมีการสมสู่ในทำเนียบฯ เพียงเพราะว่าพบถุงยางอนามัยในทำเนียบฯ ผู้ชุมนุมจะเอาศพน้องโบว์มาเป็นเครื่องมือในการชุมนุม การดูหมิ่นเหยียดหยามผู้ไปร่วมชุมนุมว่าเป็นสตรีเพศ ไม่มีความคิดมีแต่ความดื้อรั้น การนำเสนอตลอดจนกล่าวหาว่าคนที่มีความเห็นต่างจากนายใบตองแห้งจะกลายเป็นพวกกบฏเหมือนพันธมิตรฯ ทุกคน ผมอยากจะบอกไว้นะครับว่า หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์เป็นหนังสือพิมพ์คุณภาพ ทั้งเนื้อข่าว สาระ ความเที่ยงตรง ตลอดจนการนำเสนอที่ประชาชนกำลังให้ความสนใจในสถานการณ์ปัจจุบัน ถือว่าเป็นหนังสือพิมพ์ที่คุ้มก้บเงิน 15 บาทที่ต้องจ่ายออกไป อย่าให้คอลัมนิสต์ที่มีอคติ อวิชชา โมหจริต ตลอดจนคิดว่าความคิดเห็นตัวกูเองถูกต้องมาทำลาย หรือลดมูลค่าของหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์เลยครับ อย่าให้ผู้บริโภคร้องขอที่จะจ่ายเพียง 14 บาท เพื่อไม่อยากซื้อคอลัมน์ที่มันห่วยแตก หรืออย่าให้ผู้อ่านต้องฉีกคอลัมน์ว่ายทวนน้ำออกเป็นกระดาษชำระเช็ดก้น ก่อนที่จะเปิดอ่านเนื้อข่าวคุณภาพเลยครับ ขอร้องล่ะ

นายนพรัตน์ วังคะฮาต
--------------------------------------------

วันนี้ไม่ได้ตอบใครนะครับ เอาคุณอา-ภำมาขึ้นต้น ตามด้วยคุณธรรมเทพที่ชมผม แล้วก็ข้อความที่โพสต์ด่าผมใน thaipost.net


เพราะวันนี้จะต้องพูดเรื่องตัวผม ซึ่งคุณอำภาเคยถามซื่อๆ ว่าชื่อจริงชื่ออะไร ที่จริงผมก็ไม่ได้คิดจะปกปิด แต่ใช้นามปากกามาตั้งหลายปี อยู่ๆ จะมาบอกชื่อจริงมันก็ตลกๆ เดี๋ยวใครจะหาว่ากร่าง เพราะคอลัมน์อื่นๆ ในไทยโพสต์ก็ใช้นามปากกากันทั้งนั้น ผมจะมาลงชื่อจริงคนเดียวก็แปลก

แต่เนื่องจากสถานการณ์ที่เข้มข้น และผมเป็นคนมีความเห็นต่าง ถูกแฟนพันธุ์ (แท้) มิตรฯ โทร.มาตำหนิต่อว่าหรือฝากต่อว่ามากับผู้สื่อข่าวมากมาย แล้วก็มีคำถามว่าใบตองแห้งเป็นใคร เป็นบุคคลปริศนาหรือ อันที่จริงคนในแวดวงก็รู้จักผมบ้าง พี่น้องเพื่อนฝูงในพันธมิตรฯ ก็รู้จัก แต่ไม่กว้างขวางทั่วไป เพราะผมก็ไม่เคยมีความสำคัญเป็นแค่นักหนังสือพิมพ์ธรรมดาๆ คนหนึ่ง แต่มีโอกาสมาอยู่ใน "ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด" ที่ให้อิสระผมแสดงความเห็นต่างได้ และยืนหยัดให้ผมมีอิสระต่อไป

กองบรรณาธิการมีข้อเสนอให้ผมลงชื่อจริง เพื่อไม่ต้องตอบคำถามว่าผมเป็นใคร ผมก็ไม่ขัดข้อง เพราะไม่คิดจะปกปิดอยู่แล้ว และบอกไปก็ไม่ได้เป็นที่รู้จักของสาธารณชน (พอดีอ่านเมล์ของคุณ thaiman ซึ่งบางครั้งเขียนมาในชื่อพญาอินทรี แกเข้าใจว่าผมชื่อนาย....ซึ่งเป็นชื่อรุ่นน้องที่เขาลาออกไปตั้งนานแล้ว แถมเป็นผู้หญิงด้วย ผมเคยเมล์ตอบไปว่าผมไม่ได้ชื่อนี้ แต่คุณพญาอินทรีคงคิดว่าผมนี่เป็นคนเลวชาติบัดซบโกหกกระทั่งชื่อจริง จึงยังเชื่ออยู่ตลอดว่าผมชื่อนี้)

ผมก็จะใช้โอกาสไทยโพสต์ครบ 13 ปีลงชื่อจริง แต่เนื่องจากนามปากกานี้ใช้จนชินก็จะใช้นามปากกาด้วยว่า ใบตองแห้ง (อธึกกิต แสวงสุข)

คุณอำภาก็ไม่รู้จักอยู่ดีใช่ไหมครับ ประวัติผมก็ไม่ได้ปกปิด เคยเล่าให้ฟังว่าพ่อแม่เป็นครู จบ ม.ศ.5 ร.ร.เตรียมอุดม เข้าธรรมศาสตร์ปี 2517 ทำกิจกรรมชุมนุมวรรณศิลป์ ไม่ค่อยได้เรียนหรอกเอาแต่เคลื่อนไหวจนติดโปร 3 ครั้งจ่อรีไทร์ พอเกิด 6 ตุลา 2519 เพื่อนสนิทผมตาย อนุวัตร อ่างแก้ว ผมไม่ได้เข้าป่าทันที ลาออกจากธรรมศาสตร์ พ่อแม่ให้สอบเอนทรานซ์ใหม่ติดวิศวะจุฬาฯ แต่ทำใจไม่ได้เข้าป่าที่เชียงราย ภูชี้ฟ้า สถานที่ท่องเที่ยวในปัจจุบัน

ผมออกป่ารุ่นท้ายๆ ปี 25 ไม่ยอมเรียนต่อ อีเหละเขละขละอยู่หลายปี ทำโรงพิมพ์ สำนักพิมพ์ แล้วก็ไปเริ่มทำหนังสือพิมพ์ที่แนวหน้าแบบเรียนลัดเพราะผมไปเป็นรีไรเตอร์โดยไม่เคยทำข่าวภาคสนาม "คุณประชา ช้ำชอก" ยกทีมออกจากแนวหน้าหลังไล่ รสช.ตอนพฤษภาทมิฬ ก็มาอยู่ INN อยู่ได้ไม่นานก็ออกมาสยามโพสต์ แล้วก็เกาะชายผ้าเหลืองเถ้าแก่เปลวมาอยู่ไทยโพสต์ 13 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก

ผมก็ไม่ได้เป็นคนเอาถ่านอะไรนัก อยู่ในขบวนการนักศึกษาก็เป็นผู้ตามธรรมดาๆ อยู่ป่าก็ไม่ใช่พวกขยันทุ่มเทเพื่ออุดมการณ์สุดตัว ตอนที่นักศึกษาขัดแย้งกับ พคท. พวกที่ทุ่มเทมากๆ จะสติแตก ผิดหวัง hurt ร้องห่มร้องไห้ แต่ผมไม่เสียใจคิดมากขนาดนั้น แม้จะเลือกข้างอยู่ในกลุ่มนักศึกษาที่ "ก่อกบฎ" แต่ผมก็พยายามทำความเข้าใจฝ่ายนำ จนได้ข้อสรุปว่าเป็นปัญหาทัศนะของคนดีที่ล้าหลัง ระบบที่รวมศูนย์อำนาจ แล้วก็อุดมการณ์ที่ไม่สอดคล้องความเป็นจริงของสังคม ผมออกจากป่าโดยไม่เคยคิด "ปฏิวัติสังคม" อีกเลย

ชีวิตผมคงคุ้นเคยกับความขัดแย้งมั้ง ไว้แก่ๆ จะเล่าให้คุณอำภาฟัง เช่น เมียและพี่น้องเมียเป็นแฟนพันธุ์แท้ ปชป. วันก่อนพี่เมียมาจาก ตจว.มาทำบุญยังแว่บไปม็อบทำเนียบฯ พี่สาว-พี่เขยผมมาเยี่ยมหลานก็แว่บไปทำเนียบฯ แต่ไม่เห็นจะต้องไป in จนทะเลาะกัน ในไทยโพสต์ก็กองเชียร์พันธมิตรฯ เต็มไปหมด วันอาทิตย์ผมใส่เสื้อแดงมาก็จะแซวกัน "ฮั่นแน่ นปก." แล้วก็หัวเราะ

เวลานั่งคุยกันจริงๆ ผมไม่ชอบทะเลาะกับคนหรอก แต่ดื้อเงียบเวลาเขียนหนังสือ วันก่อนมีผู้อ่านท่านหนึ่งเสียงเป็นผู้ใหญ่โทร.มาคุยกับผม ท่านก็ผิดคาดว่า เอ๊ะ เสียงผมอารมณ์ดี ไม่น่าดื้อเลย

แต่ผมดื้อเวลาที่เป็นเรื่องหลักการครับ ผมถึงแตกแถวตั้งแต่พันธมิตรฯ ม.7 และแตกเป็นอีกขั้วตอนรัฐประหาร ถือว่าตัวเองอยู่ฝ่าย 2 ไม่เอา ถ้าถามว่าผมถูกหมดไหม ผมก็ไม่ถูกหมดหรอก ผมไม่ใช่ปราชญ์ผู้ลุโสดานิ แต่โดยหลักการใหญ่ๆ แล้วผมถูก คนโต้แย้งถึงอึดอัด

ผมรู้ด้วยว่าผมมีปัญหาเรื่องท่าที มีน้องวิจารณ์ว่าผมชอบบีบคอคนอ่าน ผมประทับใจ อ.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ มาก ท่านบอกว่าเรามีคน 4 พวก คือฝ่ายที่หนึ่ง ฝ่ายที่สอง กับพวกไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด และพวกที่ฝักใฝ่ทั้งสองฝ่าย ผมค่อนข้างงง เพราะผมแบ่งเป็น 3 ฝ่ายมาตลอด อะไรคือฝักใฝ่ทั้งสองฝ่าย อ.ชัยวัฒน์อธิบายว่าเราจะแก้ปัญหาได้ก็ต้องอาศัยพวกที่ 4 คือคนที่ใจกว้างแม้เห็นข้อเสียแต่ก็รู้จักมองด้านดีของทั้งสองฝ่าย ให้ความรักแก่คนทั้งสองฝ่าย

ผมมาคิดทบทวนแล้วถูกแฮะ ผมอยู่พวกที่ 3 คือแอนตี้ทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่ในสถานการณ์นี้ ผมวิจารณ์พันธมิตรฯ และอำมาตยาด้วยท่าทีเจ็บแสบ นักวิชาการที่พูดเนื้อหาเดียวกันเขายังไม่แรงเท่าผม แต่อย่างว่านะครับ ผมไม่ได้ลุโสดา จะให้พับเพียบปูผ้าวิจารณ์คงทำใจไม่ได้ ในเมื่อพันธมิตรฯ ใช้ท่าทีเกรี้ยวกราดด่าทุกคนที่ไม่เห็นด้วย (ด่าแม้แต่ อ.ชัยวัฒน์) ใครไม่คล้อยตามพันธมิตรฯ ถูกหาว่าเป็นพวกทักษิณหมด อย่าว่าแต่ผมเลย เถ้าแก่เปลวเขียนเตือนพันธมิตรฯ ก็มีข้อความโพสต์ด่าเหมือนกัน

ฉะนั้นผมก็ต้องบอกว่าผมยังไม่มีจิตใจสูงส่งพอที่จะเป็นพวกที่ 4 ขอเป็นพวกที่ 3 สนุกปากไปก่อน แต่ก็เชื่อว่าคุณอำภา คุณธรรมเทพ น่าจะเป็นพวกที่ 4 ได้.

ขอแสดงความนับถือ
ใบตองแห้ง
(เกือบลืม-อธึกกิต แสวงสุข)

------------------------

ข้างต้น..เป็นการตอบจดหมายของ"พี่ถึก".."ใบตองแห้ง"แห่ง นสพ.ไทยโพสต์อดีต"คนข่าวINN"ในยุคที่ยังอยู่ที่สำนักงานทรัพย์สินฯ ที่เหล่าบรรดามิตรรักแฟนเพลงของฟากฝ่าย"พันธมิตรประชาชนเพื่อระชาธิปไตย"คาใจ ว่าเป็นใครมาจากไหน ทำไมไม่เป็นทางเดียวกับ พี่น้องผองเพื่อนใน นสพ.ไทยโพสต์..และ"พี่ถึก"ก็ยังคงความเป็น"พี่ถึก"ที่น้องๆนับถือ คือความไม่ยอมให้กับ"สิ่งไม่ถูกต้อง"..

หลายคนอาจไม่เคยสัมผัส"พี่ถึก"โดยตรง..แต่ก็มีหลายคน..รู้จัก และยึดถือแกเป็นแบบอย่าง..ในทางวิชาชีพ"สื่อมวลชน"..แม้ว่า"พี่ถึก"จะไม่ได้เรียนมาด้านนี้ก็ตาม...

หลายคนที่เคยอยู่ไทยไฟแนนเชียล ยุคปี ๓๗-๓๘ อาจยังทันเห็นบรรยากาศที่คนเก่งๆ"อดีตซ้าย"มาเจอกันและปะทะกันทางความคิดอยู่เนืองๆในระหว่างการประชุมกองบก.ข่าวโดยเฉพาะการถกเถียงกันในเรื่องหลักการหลักสังคมและหลักคิด..ที่จะพบเห็นว่าแนวคิดของ"พี่ถึก"นั้นค่อนข้าง"ตรง"และ"แรง"จริงๆแรงเสียจนคู่ปฎิพากษ์"รับไม่ได้"...

ที่น่าสนใจสำหรับชาวเราINNคือ "ใบตองแห้ง"และ"ประชาช้ำชอก"(พี่อายุษ)ต่างก็เคยเป็น"คนข่าวINN"ที่คนรุ่นเก่าๆของINNไม่มีใครไม่รู้จัก..โดยเฉพาะกิตติศัพท์ของ"ทีมข่าว"ชุดนี้ที่เป็นชุดที่ทำให้"นสพ.แนวหน้า"ยุคช่วงเหตุการณ์รัฐประหาร"พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ"โดย คณะ รสช.เข้มข้นยิ่งนัก..

เป็น"ทีมข่าว"ชุดคุณภาพ ที่มีชื่อของ"พี่ราญ"-"สำราญ รอดเพชร"แกนนำรุ่น๒ พันธมิตรฯก็อยู่ร่วมมาด้วยกัน..และเขาเหล่านี้ที่ปัจจุบันหลายคนแยกกันไป"กุมสภาพ"ในสื่อหลายสำนักฯอย่าง พี่ก้อง,พี่ช้าง,พี่กิจ,พี่เอี่ยวฯลฯ ภายหลัง ต่างก็เคยมาอยู่ร่วมกันในชายคาINNห้วงหลังปี ๒๕๒๕ ในห้วงที่มี"พี่ปู"(มนตรี-ปัจจุบันอยู่ นสพ.โพสต์ทูเดย์)-"พี่ต๊อก"(เสียชีวิตไปแล้ว)คุมกองข่าววิทยุ ก่อนที่จะย้ายไปชายคา"นสพ.ไทยไฟแนนเชียล"(ที่ภายหลังเป็น"นสพ.ข่าวหุ้น")ของ"พี่ชาญ"(ชาญชัย)..ก่อนที่ทีมข่าวนี้จะแยกย้ายกันอีกครั้ง..ดังที่"ใบตองแห้ง"เล่าไว้...

ดังนั้น..ความเป็น"พี่ถึก"ที่น้องๆทุกคนรู้จัก กับการตอบจดหมายและชี้แจงตามลีลาของ"ใบตองแห้ง" แห่ง"ว่ายทวนน้ำ"ข้างต้น ในบรรยากาศการเมืองแบบนี้ จึงไม่ต้องสงสัย ว่า งานนี้ "พี่ถึก"งานเข้าแล้วครับทั่น..


4 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ13 มกราคม 2553 เวลา 17:44

    ยกหางน่าดู..ไอ้ถึก

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ27 เมษายน 2553 เวลา 11:44

    แปลว่าใบตองแห้งแยกดีแยกชั่วไม่ออก
    ชั่วสุด ๆ (ขนาดทำลายบ้านเมืองได้)ใบตองแห้งก็บอกว่าเขามีดี และให้อภัยได้ถ้ากลับใจ
    ก็ไม่รู้ว่าถ้าคุณพ่อคุณแม่หรือคุณลูกของใบตองแห้งโดนฆ่าในเหตุการณ์สิบเมษา
    ใบตองแห้งจะให้อภัยไอ้หัวหน้าชั่วจอมบงการ ที่ใบตองแห้งบอกว่า "มีดี" อีกหรือไม่

    ตอบลบ
  3. ให้กำลังใจพี่ถึก ชอบบทความพี่ว่ะ ตรงดี

    ตอบลบ
  4. ทำไมไอ้พวกพันธมิตรมันไม่ตักน้ำใส่กระโหลกดูตัวมันเองบ้างมันคิดว่ามันทำอะไรถูกทุกอย่างคนอื่นทำผิดหมด พวกมึงรู้ไหมทำไมพวกมึงถึงมีคนน้อยลงเพราะว่าคนเขาเห็นธาตุแท้ของพวกมึงเขาจึงหมดศรัทธา มีแต่ไอ้พวกตาบอดสนิทหูหนวกสนิทเท่านั้นหรือไม่ก็พวกที่อาศัยผลประโยชน์จากพวกแกเท่านั้นที่มันยังจงรักภักดี เชื่อได้เลยไอ้พวกแปลงสภาพจากเหลืองเป็นเสื้อหลากสีที่มาชุมนุนนั้นมันไม่ได้มาด้วยใจมันมาด้วยเงินเป็นส่วนมาก
    คุณใบตองแห้งพวกเราขออย่างหนึ่งคือขอให้คุณวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาไม่เข้าข้างใครผิดคือผิด ถูกคือถูก พวกเรายอมรับสิ่งใดที่เราทำผิดเราก็ยอมรับว่าผิด พวกเราไม่ได้เป็นพวกป่าเถื่อนที่ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น ไม่งั้นเราคงไม่มีมากขนาดนี้

    ตอบลบ

แสดงความเห็นได้ที่นี่