ข่าวสั้นจากINN

วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

๒๐ ปี INN ขอเคียงข้าง "ประชาชน"

ดอกไม้หลายสี 31
มกราคม 2552 21:28:36

ในโอกาสที่วันอาทิตย์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ปีนี้ เป็นวันครบรอบวันเกิดครบรอบ ๒๐ ปีของสำนักข่าวไอเอ็นเอ็น. ในฐานะ "คนข่าว" ที่เติบโตในวิชาชีพสื่อมวลชนจากที่นี่ตั้งแต่ "จุดเริ่มต้น" เพื่อพ้นจากรั้วมหาวิทยาลัย เมื่อ ๑๗ ปีที่แล้ว และมีโอกาสได้เข้ามาเป็น "นักข่าว" ที่นี่ (๕ ก.พ.๒๕๓๕).. สั่งสมประสบการณ์เติบโตในวิถีเส้นทางกระทั่งมาถึงทุกวันนี้ ยังคงปักหลักอยู่ที่สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น.

ในฐานะที่เป็นคนหนึ่งของชาวไอเอ็นเอ็น.ที่เฝ้ามองการเติบโต และดำเนินมาของสำนักข่าวแห่งนี้ตลอดระยะเวลา ๒๐ ปี ในปีนี้(๑ ก.พ.๒๕๕๒)แม้ว่าเราจะไม่ได้มีการจัดงานอะไรเป็นพิเศษ เฉกเช่น สื่อสำนักอื่นๆที่จะมีการจัดงานในโอกาสครบรอบกี่ปีๆของพวกเขา นอกจากการยิงสปอตโปรโมตผ่านวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน FM 99.5 MHz. และผ่านวิทยุเครือข่าย ๒๙ สถานีของเราในต่างจังหวัด เพื่อบอกกล่าวกับมิตรรักแฟนข่าว ของ "สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น" ว่า ปีนี้เราอายุ ๒๐ แล้วนะ พร้อมๆกับถือโอกาสบอกกล่าวขอคำพระคำพร จาก "แหล่งข่าว" ผู้หลัก ผู้ใหญ่ ที่ให้ความร่วมมือในการ "ให้ข่าว" และ "เป็นข่าว" ลบบ้าง บวกบ้าง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กับ "สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น." ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่อย่างท่าน ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา, พระพยอม กัลป์ยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี, นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา, นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา, นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี, นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ก็เท่านั้น..

กล่าวสำหรับรายละเอียดความเป็นมาของสำนักข่าวไอเอ็นเอ็น. นับตั้งแต่เกิด เมื่อวันพุธ ที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๒ เมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว เติบโต ล้มลุกคลุกคลานกันมาอย่างไร ที่ผ่านมาทำอะไร เป็นอย่างไร คงไม่ต้องพูดซ้ำอีก เพราะมีให้อ่านแล้วจากคอลัมน์ด้านบน.. แต่ที่จะขอใช้โอกาสนี้พูดถึงกาลปัจจุบัน..และความพยายามใน "การทบทวน" ตัวเองของสำนักข่าวไอเอ็นเอ็น..กับ "จุดยืน" ของเรา อย่างที่ท่านๆอาจจะได้ยินจากสปอตในวิทยุร่วมด้วยช่วยกันหลังข่าวต้นชั่วโมง ทางคลื่นร่วมด้วยช่วยกัน FM 99.5 MHz.นั่นแหล่ะทีว่า "สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น. ๑ กุมภาพันธ์ สู่สองทศวรรษ..สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น. สดทันทีที่มีข่าว...๒๐ปีแห่งการเป็นผู้นำด้านข่าวสาร ๒๐ปี ความมุ่งมั่น..๒๐ปี แห่งการยึดมั่นอุดมการณ์..สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น...ขอสัญญา..จะทำหน้าที่สื่อมวลชนเพื่อประชาชนต่อไป"

นั่นคือสิ่งที่เป็นจุดยืนของสำนักข่าวไอเอ็นเอ็น.มาตลอด ๒๐ ปี ที่ถึงวันนี้ แม้สภาพการณ์ของสังคมบ้านเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก แม้กระทั่งเรื่องราวปัญหาในมิติต่างๆที่มีความซับซ้อนมากขึ้นภายใต้เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ ในขณะที่ "สื่อมวลชน" เองก็ต้องปรับตัวไปกับวิถีความเป็นไปของโลก..ซึ่งไอเอ็นเอ็น.เองอย่างที่ว่าไว้ว่า เราเองที่ผ่านมาเป็น "ผู้เริ่มต้น" และเป็น "ที่หนึ่ง" เสมอมาในเรื่องของการ "นำเสนอข่าว" ไม่ว่าจะเป็นการสร้างปรากฏการณ์ "ข่าวต้นชั่วโมง" เป็นแห่งแรกเมื่อปี ๓๒ การทำสถานีข่าว ๒๔ ชั่วโมง รายงานสดตลอด ๒๔ ชั่วโมงเป็นแห่งแรก (ถ้าหากคนอายุ ๔๐-๕๐ อัฟจะจำได้กับความโด่งดังของสถานีข่าว ๑๐๒.๕MHz.ยุคนั้นที่สั่นสะเทือนไปทั้งประเทศ) การเห็นความสำคัญและนำเสนอข่าวสารผ่านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ด้วยการขายข่าวออนไลน์เป็นที่แรก กระทั่งมาถึงการปฏิวัติวงการข่าวสารอีกครั้งกับการเป็นผู้นำเสนอข่าวสั้น SMS HOTNEWS เป็นสำนักข่าวแรก เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๘ และประสบความสำเร็จจนเป็นที่ยอมรับ โดยปัจจุบันมียอดผู้รับข่าวไอเอ็นเอ็น.ผ่านมือถือประมาณ ๑ ล้านคนแล้ว ซึ่งเป้าหมายของ ไอเอ็นเอ็น.ต่อไป เรายังคงมุ่งมั่นเป็นที่ ๑ ในการพัฒนาข่าวสารให้มีคุณภาพถูกต้อง รวดเร็ว รอบด้าน ผ่านช่องทางสื่อต่างๆที่วิวัฒน์ไปตามสภาพสังคม..

กระนั้นในระหว่างร่องรอยการเดินทางกว่าจะมาถึงวันนี้ มิอาจปฏิเสธได้ว่า สำหรับสำนักข่าวไอเอ็นเอ็น.เล็กๆ แต่ใจใหญ่ชอบทำอะไรใหญ่ๆแห่งนี้ ย่อมมีอุปสรรค ขวากหนาม และเส้นทางที่ขรุขระทำให้หกล้มถลอกปอกเปิกกันไปบ้าง..ที่หลายครั้งเราก็น้อมรับกลับมาทบทวน และหลายครั้งเราก็นำมาปรับปรุงแก้ไขตามเสียงติชมก่นด่าที่มากบ้างน้อยบ้างแล้ว แต่ห้วงสถานการณ์ที่บ้านเมืองถูกแบ่งขั้วแยกฝ่ายที่ผ่านมา

หากใครยังไม่ลืมคงจำได้ว่าในรอบปี ๕๑ ที่ผ่านมา "ไอเอ็นเอ็น." เจออะไรมาบ้าง (กรณีโดน "นายกสมัคร" ด่า,กรณีถูกอ้างจากฝ่ายต้านรัฐประหาร, กรณีมติชนหาว่า รับงานพีอาร์จาก "ทักษิณ" ฯลฯที่ก็ต้องชี้แจงแถลงไขกันไป) โดยเฉพาะกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำ "หน้าที่" สื่อมวลชนในภาวะที่บ้านเมืองเต็มไปด้วย "ความขัดแย้ง" และทุกฝ่ายถูกผลักไสให้ต้อง "เลือกข้าง" ..ที่สำหรับเราก็เป็นสำนักข่าวที่ "เลือกข้าง" เช่นกันคือเลือกที่จะอยู่ข้าง "ประชาชน" อยู่แล้ว ดังนั้นแม้ฝ่าย "อำนาจ" จะพยายามผลัก หรือกดดันอย่างไรเราก็ไม่หวั่นไหว แต่ก็ยอมรับว่าห้วง ๒ ปีที่ผ่านมาเราหวั่นไหว และห่วงใยเหลือเกินกับสภาพการณ์ของบ้านเมือง ที่ประชาชนแบ่งเป็น ๒ ข้างและเข้าราวีต่อกันด้วยทัศนะที่แตกต่างกลายเป็นความรุนแรงใช้กำลังต่อกันถึงขั้นเลือดตกยางออก

ถึงกระนั้นแม้จะยอมรับกับคำติชมก่นด่าเพื่อนำมาปรับปรุง แต่เราก็ไม่ท้อไม่ถอยและไม่หยุดที่จะก้าวเดินต่อไปในการตรวจสอบความถูกต้องเพื่อประชาชน และเพื่อชาติบ้านเมือง

ขณะเดียวกันในท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจกับวิกฤติเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ (๒๕๕๒) แม้ว่าตั้งแต่ต้นปี เราจะมีรัฐบาลที่เป็นรูปเป็นร่างนำโดย "นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรีแล้วแต่ทุกคนก็ใช่ว่าจะประมาทการของปัญหาที่รออยู่ข้างหน้า โดยเฉพาะในสำหรับเรา "สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น." ที่ระหว่างเส้นทางการก้าวย่างของสำนักข่าวแห่งนี้ เมื่อ ๑๒ ปีก่อน (พ.ศ.๒๕๔๐) เราไม่เคยลืมกับสภาพวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย ที่ทุกคนไม่ว่าเศรษฐีหรือยาจกได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า มีบ้างบางคนที่ "รับได้" ขณะที่ก็มีผู้คนจำนวนมากที่ "รับไม่ได้" ..บางคน "ฆ่าตัวตาย" ...บางคน "เสียสติ" ขณะที่จำนวนมากก็ "คิดสั้นๆ" ด้วยการก่อคดีอาชญากรรมจี้ปล้น แม่บ้านจำนวนมากออกมาทำงานขายบริการ เด็กเยาวชนติดยาเสพติด บ้านเมืองปั่นป่วนจากสภาพเศรษฐกิจกระทบต่อสังคมโดยรวม

"สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น" เองก็ผ่านภาวะนั้นมาอย่างทุลักทุเลเช่นกัน แต่แม้เราจะโดนเข้ากับตัวเองและ "คนข่าว" หลายคนรวมถึงผมเองนาทีนั้นในแต่ละวันก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า วันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร (ตกงาน)ในขณะนั้น แต่พวกเราทุกคนใน "สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น" ก็ไม่ละลืมละเลยกับการทำหน้าที่ "สื่อมวลชน" ในการรายงานเหตุการณ์สถานการณ์ เพื่อสะท้อนภาพปัญหาให้ฝ่ายต่างๆช่วยกันแก้ไขสถานการณ์ ขณะเดียวกันก็ให้ประชาชนได้รับความรู้เท่าทันกับสถานการณ์เวลานั้น เพื่อรู้ทางหนีทีไล่ นอกจากนี้เรายังมี "วิทยุร่วมด้วยช่วยกัน" ที่คอยเป็นสื่อกลางเชื่อมโยงการให้กำลังใจกันและกันของผู้คนในสังคม เป็นกำลังใจดูแล ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และให้ปัญญาความรู้ในการเตรียมพร้อมรับมือ และต่อสู้กับวิกฤติเศรษฐกิจที่กำลังถาโถมโจมตีประเทศไทย

ถึงวันนี้ (กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒) ที่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า วิกฤติเศรษฐกิจหนนี้จะหนักหนสาหัสกว่าปี ๒๕๔๐ ทั้งโดย "สัญญาณ" ทั้งโดยสภาพการณ์โดยรวมที่เกิดขึ้นที่ไม่น่าไว้วางใจจากทั้งภายในประเทศและนอกประเทศ และจากทั้งภาวะความอึมครึมทางการเมืองที่ยังซุ่มซ่อนรอคอยการประทุ...ในระยะเวลาหนึ่งเวลาใดถัดจากนี้

แต่ถึงกระนั้นสำหรับ "สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น." เราก็ยังคงจะยืนยันใน "จุดยืน" ที่แน่แน่ของ "สื่อมวลชน" ในการที่จะร่วมกันฟันฝ่าสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นนี้ไปด้วยกันกับประชาชนและทุกฝ่ายในบ้านเมือง เราพร้อมที่จะเดินไปด้วยกัน แม้ว่าเราเองจะยอมรับว่าอนาคตข้างหน้าจะลำบากหรือมีผลกระทบเพียงใดก็ตาม เราจะขอยืนหยัดในอุดมการณ์ "สื่อมวลชน" ที่ดี เพื่อสังคมเคียงข้างประชาชนประเทศชาติต่อไปและตลอดไป
ด้วยจิตคารวะ

กองบรรณาธิการข่าว สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น.
๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความเห็นได้ที่นี่