ข่าวสั้นจากINN

วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

"ปัญหาโทรทัศน์ไทย กับการเสนอความจริงและความเป็นกลาง

"โดย บุญเลิศ ช้างใหญ่

ในสภาวการณ์ที่บ้านเมืองเป็นปกติ ไม่มีวิกฤตทางการเมือง การเสนอข่าวสารและการแสดงความคิดเห็นของสถานีโทรทัศน์หรือทีวีเมืองไทยจะไม่ถูกตั้งคำถามหรือตั้งข้อรังเกียจในลักษณะ "ไม่เชื่อถือ-ไม่ไว้ใจ" จากสังคม

อย่างมากก็วิพากษ์วิจารณ์ว่าทีวีเอาแต่แข่งกันเสนอละครน้ำเน่าเพื่อสร้างความบันเทิงและยัดเยียดโฆษณาให้คนดูเพื่อเพิ่มยอดขายสินค้าจนผู้ชมแทบจะสำลักตายอยู่แล้ว ข่าวสารอันควรแก่การรับรู้ไม่ค่อยได้รับความสนใจจากทีวีที่จะนำมาบอกเล่าแก่สาธารณชน

ปัจจุบันประเทศไทยกำลังตกอยู่ในหลุมดำของ "วิกฤตการณ์ทางการเมือง" เกิดความรุนแรงถึงขั้นจลาจลและกลียุคอย่างต่อเนื่องตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา

คนไทยซึ่งต่างกันแค่เพียงสีเสื้อที่สวมใส่ห้ำหั่นทุบตี ทำร้ายและฆ่าแกงและหลายครั้งที่ตำรวจถูกตำหนิว่าปล่อยให้คนเสื้อสีนี้ทำร้ายคนอีกสีเสื้อหนึ่งได้อย่างไร ทำไมจึงมีสองมาตรฐานในการดำเนินคดี เหตุใดตำรวจจึงสลัดชุดสี:-XXีทิ้งแล้วเอาเสื้อสีน้ำเงินไปใส่จากนั้นก็ทำร้ายคนเสื้อแดง

มีอยู่ครั้งหนึ่งครั้งตำรวจสลายฝูงชนด้วยแก๊สน้ำตา (กลุ่มพันธมิตร) ที่รัฐสภาและลานพระบรมรูปทรงม้าจนมีผู้บาดเจ็บเกือบ 500 คน ตาย 2 ศพ (เหตุการณ์ 7 ตุลาคม 2551) ล่าสุด ทหารสลายคนเสื้อแดงช่วงสงกรานต์ 2552 มีคนเจ็บเป็นร้อย

เรื่องคนตายยังเป็นปริศนาให้ถูกโจษขานเหมือนเมื่อครั้งเกิดเหตุการณ์ "พฤษภาทมิฬ" ปี 2535

เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าจากคนไทยที่แบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย มีพรรคการเมืองที่เกิดการเปลี่ยนขั้ว คนไทยใส่เสื้อสีต่างกัน มีสีเหลือง สีแดง สีน้ำเงิน สีขาว มีตำรวจ (สี:-XXี) มีทหาร (สีเขียว) เข้ามาเป็นตัวละครในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐที่มีอำนาจตามกฎหมาย มีกำลังพล มีอาวุธ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าโทรทัศน์ยังไม่ได้ทำหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบอย่างสมบูรณ์สิ่งที่ปรากฏก็คือข่าวสารและการแสดงความคิดเห็นที่โทรทัศน์นำเสนอโดนด่าทอจากทุก ฝ่ายที่ขัดแย้ง แตกแยกโดยกล่าวหาว่ามีความลำเอียง

เอ็นบีทีถูกกลุ่มพันธมิตรบุกเข้าไปยึดและเข้าไปในห้องทำงาน ถีบกระจกแตกสำนักงาน

ทีวีไทย (ทีวีสาธารณะ) ที่เชียงใหม่ถูกคนเสื้อแดงยกกำลังเข้าไปปิดล้อมเพราะไม่พอใจที่รายงานข่าวว่าคนเสื้อแดงไปร่วมงานที่กรุงเทพฯเพราะถูกจ้าง

เอเอสทีวีถูกลอบยิงด้วยอาวุธสงคราม ดี สเตชั่นถูกตัดสัญญาณ ฯลฯ

ไม่ว่าฟรีทีวี ได้แก่ช่อง 3, 5, 7, 9, เอ็นบีที และทีวีไทย ซึ่งเป็นทีวีกระแสหลักที่ใช้คลื่นความถี่ในการส่งกระจายเสียงและส่งวิทยุโทรทัศน์ เคเบิลทีวีและทีวีผ่านดาวเทียม เมื่อได้ชื่อว่าเป็นสื่อมวลชนย่อมได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญให้มีเสรีภาพในการเสนอข่าวสารและการแสดงความคิดเห็นโดยอยู่ภายใต้กฎหมายและจริยธรรมแห่งวิชาชีพผู้ประกอบวิชาชีพในสื่อทีวีทุกประเภทตั้งแต่เจ้าของ ผู้บริหารลงมาถึงผู้ปฏิบัติงาน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายข่าวจะต้องรับรู้และสำนึกว่าการนำเสนอข่าวหรือข้อมูลต้องยึดถือข้อเท็จจริง

การรายงานข่าวหรือเหตุการณ์ต้องรายงานตามความเป็นจริง ไม่แทรกความคิดเห็น ไม่ลำเอียงและต้องพยายามยืนอยู่ในจุดที่ "เป็นกลาง"

สำหรับข่าวและเหตุการณ์ที่มีความขัดแย้ง แตกแยก การนำเสนอข้อมูล ความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องจะต้องรอบด้าน สมดุลและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายในความเป็นจริง

ฟรีทีวีโดยทั่วไปนอกจากจะไม่ให้ความสำคัญกับข่าวและเหตุการณ์ที่จะต้องนำเสนออย่างเจาะลึก

ดังจะเห็นได้ว่าข่าวและเหตุการณ์การเคลื่อนไหว การชุมนุมของคนเสื้อแดงที่ควรจะรายงานกันสดๆ มีการตั้งกล้องถ่ายภาพให้เห็นก็ไม่รายงานสด

รายละเอียดของข่าวและความหลากหลายของแง่มุมที่ควรจะมีให้มากเพื่อสร้างความกระจ่างของข่าวและเหตุการณ์ หรือนำเสนอที่น่า สนใจ ให้ข้อคิดและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องก็มีให้ดูน้อยมากข่าวแต่ละช่องเหมือนๆ กัน "ความจริง" ถูกเสนอบางส่วน อีกหลายๆ ส่วนปกปิดเอาไว้อย่างจงใจ

เงื่อนงำความวุ่นวายที่พัทยาจนต้องล้มเลิกการประชุมผู้นำอาเซียนกับคู่เจรจาซึ่งมีเสื้อสีน้ำเงินเข้ามาเกี่ยวข้องก็ดี การจับคนเสื้อแดง 19 คน ไปขังค่ายทหารจังหวัดสระบุรี การที่กล่าวหากันว่ามีคนตายจากการสลายฝูงชนของทหาร การใช้กระสุนกระดาษของทหาร การทุบรถนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในกระทรวงมหาดไทยก็ดี การตายปริศนาของพลทหารอภินพ เครือสุขก็ดี

ใครปิดดี สเตชั่น อาศัยอำนาจอะไร การเลือกปฏิบัติแบบ 2 มาตรฐานและอื่นๆ นำมาซึ่งความรู้สึกไม่ยอมรับของผู้คนต่างสีเสื้อ ต่างพากันกล่าวหาว่าสื่อไม่เป็นกลาง เสนอข่าวสารที่เป็นเท็จ เป็นที่มาของความพยายามจะเปิดรับข่าวสารจากสื่อที่เห็นว่าให้ความเป็นธรรมกับฝ่ายตน เช่น เว็บไซต์ วิทยุชุมชน ทีวีผ่านดาวเทียม เป็นต้น

พูดถึงทีวีดาวเทียมก็มีแต่เอเอสทีวีของพันธมิตร ส่วนดี สเตชั่น ที่คนเสื้อแดงเคยดูได้ถูกปิดมากว่า 1 เดือนแล้ว ทำให้เสื้อแดงไม่มีช่องทางการสื่อสารที่จะถ่วงดุลกับคนเสื้อสีอื่น

มองผิวเผินอาจคิดว่าเป็นสิ่งดีเพราะคนเสื้อแดงจะได้ไม่ใช้เป็นเครื่องมือหรืออาวุธไปต่อสู้

แต่ถ้ามองให้ลึกซึ้ง อาจสร้างความรู้สึกเก็บกดว่าพวกตนถูกรังแกอย่างไม่เป็นธรรมและอาจจะเกิดปฏิบัติการที่นอกเหนือความคาดหมายจนสร้างความปั่นป่วนให้กับประเทศ

องค์กรวิชาชีพสื่ออย่างสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้คนทำสื่อทั้งทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์อยู่ในจรรยาบรรณ ไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดความรุนแรง

แต่ก็ไม่เห็นว่าทีวีจะกลับมาตั้งหลักให้อยู่ในจุดที่ทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง นำเสนอความจริงที่เป็น "ความจริงแท้" สมกับการเป็นสื่อมวลชนที่ซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพได้เลยการเลือกข้างของสื่อทีวี

การเอนเอียงของสื่อทีวีเข้าหาผู้มีอำนาจรัฐเพราะผู้มีอำนาจรัฐได้ขอร้องหรือสร้างบรรยากาศให้เกิดความเกรงใจหรือกลัวให้กับคนทำสื่อทีวีส่งผลให้การนำเสนข่าวสารและการแสดงความคิดเห็นไม่เป็นกลาง เปี่ยมล้นไปด้วยอคติ ความจริงถูกบิดเบือน ข่าวสารและเหตุการณ์ที่นำเสนอจึงวนเวียนอยู่กับเปลือกนอกของเหตุการณ์ เข้าไม่ถึงแก่นของปัญหาของวิกฤตการณ์ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างอำนาจ

มิหนำซ้ำยังเลือกเฟ้นแต่การเสนอในแง่มุมที่ทำให้คนที่มีสีเสื้อหนึ่งชื่นชอบ อีกสีเสื้อหนึ่งโกรธแค้น

เมื่อเป็นดังนี้ แทนที่สื่อทีวีจะสร้างความเข้าใจที่ดีของคนในชาติ และยอมโอนอ่อนเข้าหากันเพื่อความปรองดองตามที่ทีวีนำเสนอข่าวสารก็จะกลับกลายเป็นความคับแค้นใจและปะทุออก มาเป็นความรุนแรงถึงขั้นเข่นฆ่าทำลายล้างและเผาบ้านเผาเมือง

ถ้าจะโทษใคร สถาบันไหนที่ทำให้ "สงครามกลางเมือง" แผ่ขยายลุกลามไปมากกว่าที่เคยเป็นมา ซึ่งแน่ละนักการเมือง ตำรวจ ทหาร กระบวนการยุติธรรมจะต้องรับไปเต็มๆ แต่สื่อแขนงต่างๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทีวีก็มิอาจหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบไปได้เมื่อรู้ว่าสถานการณ์กำลังเดินไปลงเหว ทำไมสื่อทีวีจึงไม่ช่วยกันเสียแต่วันนี้ในการหาทางป้องกันโดยทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระ เป็นกลางและเสนอแต่ความจริง เลิกฝักใฝ่ เลือกข้างให้คนอาฆาตแค้นกันแล้วหันมาประณามสื่อได้เมื่อไร เมื่อนั้นทีวีก็จะได้ชื่อว่าหยุดทำร้ายประเทศไทย

( ที่มา มติชนรายวัน , 14 พฤษภาคม 2552)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความเห็นได้ที่นี่