ข่าวสั้นจากINN

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ฐานันดรที่สี่: ทฤษฎีใหม่ว่าด้วยสื่อมวลชน

โดย ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต

ตอนนี้ผมกำลังสร้างทฤษฎีใหม่ ทฤษฎีหนึ่งว่าด้วยสื่อสารมวลชน

ผมไม่ทราบว่าคนที่เรียนด้านนิเทศศาสตร์ หรือใครที่อยากเรียนนิเทศศาสตร์สื่อสารมวลชน เขาคิดว่าเรียนไปเพื่ออะไร และมีเป้าหมายในชีวิตว่าอยากเป็นอะไร อาจจะอยากเป็นนักแสดง จะไปทำวิทยุ ทำโฆษณาก็ได้ แต่ความเป็นสื่อมวลชนนี้คืออะไร ผมอยากจะเปรียบคนที่ทำหน้าที่สื่อมวลชนเป็น “ฐานันดรที่สี่”

คนทั่วไปคงเคยได้รับรู้เรื่องฐานันดรมาบ้าง แต่มีน้อยคนที่จะรู้ว่าฐานันดรที่หนึ่ง สอง สาม และสี่ คืออะไร ไม่มีใครรู้เพราะไม่ใช่ตำราไทย แต่เป็นตำราของชาติตะวันตก ไปลอกอังกฤษเขามา

ฐานันดรที่หนึ่ง ของเขา คือ กษัตริย์ ขุนนาง และนักรบ
ฐานันดรที่สอง คือ นักบวช
ฐานันดรที่สาม คือ สามัญชน
ฐานันดรที่สี่ คือ นักหนังสือพิมพ์ (ซึ่งปัจจุบันความหมายของคำว่า ฐานันดรที่สี่ไม่ได้จำกัดอยู่แต่เฉพาะนักหนังสือพิมพ์เท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงสื่อมวลชนแขนงอื่นๆ ด้วย)


แต่ก่อนนิเทศศาสตร์ดังมาก ไม่รู้จะเรียนอะไรก็เรียนนิเทศฯ เรียนไปเป็นอะไร เรียนไปเป็นดารา ในความเป็นจริงแล้ว สื่อมวลชนมีความสำคัญต่อบ้านเมืองมาก ต้องเข้าไปเป็นกระจกและแสงสว่างสะท้อนนักการเมือง สะท้อนให้เห็นเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม สังคม ประชาชน เรื่องของสังคม ต้องรอบรู้หมด ต้องแนะนำได้ ต้องวิจารณ์ได้ ต้องให้แสงสว่างกับวงการนี้ได้ ฉะนั้น คนที่จะเรียนสื่อสารมวลชนต้องรอบรู้เรื่องการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ถึงจะเป็นฐานันดรที่สี่ได้

ผมก็มาสร้างทฤษฎีใหม่

ฐานันดรที่หนึ่ง ตามทฤษฎีของผม คือ คนที่อยู่ในภาคการเมืองการปกครอง
ฐานันดรที่สอง คือ คนที่อยู่ในภาคเศรษฐกิจธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม รวมถึงภาคการเกษตรซึ่งมีลักษณะเป็นเศรษฐกิจธุรกิจ ก็ถือว่าเป็นฐานันดรนี้
ฐานันดรที่สาม คือ คนที่อยู่ในภาคประชาชน ภาคสังคม
ฐานันดรที่สี่ คือ สื่อมวลชน ที่จะสะท้อนและวิจารณ์คนอื่น ดังนั้นตัวเองต้องรู้ดี ไม่ใช่ไปว่าเขาแล้วตัวเองไม่รู้ ก็ไม่สมเหตุสมผล


คนที่จะเป็นสื่อมวลชนต่อไปจึงต้องรอบรู้ ต้องเรียนรู้ในหลายๆ เรื่อง ถามว่ายากไหม ตอบว่า “ยาก” จะรู้ทุกอย่างได้อย่างไร จะแสดงเป็นดาราสวยอย่างเดียวไม่ได้ ต่อไปนี้คนที่จะเรียนนิเทศศาสตร์ ต้องมาเรียนทุกอย่าง ต้องรอบรู้ ควรรู้ทุกด้าน รู้เรื่องบริหารด้วย อะไรก็ทำเป็น ไม่ใช่อะไรก็พูดหรือคิดเป็นอย่างเดียว ต้องทำเป็นด้วย

ฐานันดรที่สี่ ต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง

ประการแรก คือรับผิดชอบด้านการศึกษาในอีกเศษสองส่วนสามของชีวิตคน คนเรามีอายุขัยเฉลี่ย 75 ปี เรียนหนังสืออยู่ในโรงเรียนในมหาวิทยาลัยที่เป็นระบบเป็นทางการอย่างมากไม่เกิน 25 ปี แต่การเรียนไปเรียนมากันเองในสังคม อิทธิพลของตรงนั้นมันมาจากไหน ก็มาจากสื่อมวลชนนี่เอง

อิทธิพลของสื่อมวลชนในบทบาทที่ให้ความรู้ ให้ความคิด ความบันเทิง สะท้อนภาพให้เห็นโลก ให้เห็นอะไร มันก็คือบทบาททั้งสิ้น ถ้าบทบาทสื่อมวลชนไทย สร้างโลกให้เล็กนิดเดียว คนมันก็มีความรู้เล็กนิดเดียว แต่ถ้าความรู้คนที่สร้างให้กว้างเท่าไร มันก็กว้างได้เท่านั้น ดังนั้น บทบาทสื่อมวลชนจึงมีความสำคัญทางด้านให้การศึกษาต่อประชาชน มีบทบาทเป็นเศษสองส่วนสามของชีวิตคนเลยทีเดียว ฉะนั้น อย่าไปดูถูกบทบาทอันสำคัญนี้ของสื่อมวลชน

บทบาทที่สอง ของสื่อมวลชนมีอะไรบ้าง ก็ต้องสะท้อนให้สังคมได้เห็นความเป็นจริง สะท้อนก็มีข้อคิดว่าสะท้อนได้ในที่ที่มีแสงสว่าง ถ้าเผื่อตรงไหนที่มันมืด ถึงเอากระจกไปส่องก็มองไม่เห็นอยู่ดีเพราะมันมืด ก็ต้องเป็นแสงสว่างที่ชี้นำทางได้ด้วย

นอกจากที่ชี้นำทางได้แล้ว ก็ต้องสามารถติดตามตรวจสอบ ท้วงติงได้ รวมทั้งชี้นำและเสนอแนะได้ด้วย เสนอแนะอะไร ก็ต้องเสนอแนะเรื่องที่เป็นของฐานันดรที่หนึ่ง ที่สองและ ที่สามให้ด้วย ไม่ใช่แค่ถ่ายทอดทางโทรทัศน์ว่าละครทำอย่างไร แบบนั้นไม่ใช่ แต่ต้องบอกว่าฝ่ายการเมือง การปกครองเป็นอย่างไร ถูกต้องไหม จะทำอย่างไร ควรแก้ไขอย่างไร

สะท้อนให้เห็นความเป็นจริงได้ด้วย เห็นภาคเศรษฐกิจ ภาคสังคม ภาคธุรกิจ ภาคประชาชน อะไรที่ไม่ถูกต้องอย่างนี้ชี้แนะได้ด้วย ต้องเก่งที่สุด ต้องเก่งกว่าทุกภาครวมกัน นี่คือบทบาทของฐานันดรที่สี่

นอกจากนั้น บทบาทและความสามารถตลอดจนวัฒนธรรมของสื่อมวลชน ต้องมีมาตรฐานสูงและทัดเทียมกับทุกฐานันดรที่ได้กล่าวมาแล้วเช่นกัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความเห็นได้ที่นี่