โดย ผศ.สุรสิทธิ์ วิทยารัฐ
นับ ตั้งแต่มีการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 19 กันยายน เรื่อยมาจนกระทั่งมีการจัดตั้งรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี แม้กระทั่งปรากฏการณ์การแตกรังของพรรคการเมือง ตลอดจนเหตุการณ์การวางระเบิดส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2550 มีข่าวลือเกิดขึ้นควบคู่กับเหตุการณ์และปรากฏการณ์เหล่านี้ ทั้งในสภากาแฟ และในพื้นที่สื่อสารมวลชน จนแทบจะแยกไม่ออกว่า อันไหนคือข่าวจริง และอันไหนคือข่าวลือ ถึงกับกล่าวได้ว่า ข่าวลืออยู่คู่กับสังคมไทย ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต
ข้อสังเกตข้างต้น ไม่น่าจะเกินจริงนัก เพราะมีคำกล่าวว่า "ข่าวลือข่าวลวงจะวิ่งไปรอบๆ โลก ก่อนที่ความจริงจะตั้งต้นสตาร์ทเสียอีก" (Terry Pratchett, The Truth)
ข่าว ลือที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นข่าวลือการขู่วางระเบิด ข่าวลือการเดินทางกลับของอดีตนายกรัฐมนตรี (ทักษิณ ชินวัตร) แม้กระทั่ง ข่าวลือปฏิวัติซ้ำ !! ได้รับการอธิบายอย่างง่ายๆ ว่า เป็นเรื่องราว หรือข่าวสาร ที่ไม่เป็นทางการ แต่มากด้วยความน่าสนใจ ซึ่งแพร่กระจายอย่างรวดเร็วระหว่างกลุ่มคนในสังคม จากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่ง
พจนานุกรมออกซฟอร์ด ให้ความหมายว่า ข่าวลือ หมายถึง การพูดทั่วๆ ไป รายงาน คำบอกเล่าที่ได้ฟังมา ซึ่งไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของลักษณะของความรู้ หรืออีกความหมายหนึ่งคือ คำพูด หรือคำบอกเล่าที่แพร่กระจายอยู่ในชุมชน หรือสังคม เกี่ยวกับความจริงที่ปราศจากหลักฐานที่ชัดเจน
ข่าว ลือ มีคุณลักษณะที่พ้องกับคำต่างๆ เหล่านี้ คือ คำซุบซิบ เมาท์ ความลึกลับ คำโกหก ข้อมูลผิดพลาด การแพร่ข่าวด้วยปาก การรวมหัว การโฆษณาชวนเชื่อ การกะเก็ง การเสียดสี ในขณะที่ ข่าวลือยังมีลักษณะที่ตรงกันข้ามกับคำเหล่านี้ ที่มีความหนักแน่น ชัดเจน ได้แก่ ความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ข้อเท็จจริง ความจริง หรือหลักฐาน เป็นต้น
มี หลักฐานในตำราสาขาสังคมวิทยาพบว่า มีการศึกษาเกี่ยวกับข่าวลือ โดยนักวิชาการแห่งมหาวิทยาลัยชิคาโก (Chicago School) มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1920 คือ Robert Park, Ernest Burgess, Herbert Blumer ที่ได้พัฒนาวิธีการวิเคราะห์ "
พฤติกรรมร่วมกัน" (Collective behaviour) ในสาขาสังคมวิทยา โดยชี้ให้เห็นถึงแรงจูงใจของปัจเฉกบุคคลที่มีต่อพฤติกรรมอันสังเกตเห็นได้ ของพวกเขาเหล่านั้น
ส่วนนักวิชาการของไทย ชุษณะ รุ่งปัจฉิม ได้ให้ความหมายของคำว่า "ข่าวลือ" (Rumors) ว่าหมายถึง การ แพร่กระจายข้อมูลข่าวสาร จากบุคคลหนึ่ง หรือกลุ่มหนึ่ง ไปยังอีกบุคคลหนึ่ง หรือกลุ่มหนึ่ง ข่าวลือเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ที่บุคคลไม่มีข้อมูลข่าวสาร ที่เพียงพอ หรือมิฉะนั้น ก็เกิดขึ้นในสถานการณ์ที่บุคคลไม่เชื่อถือข้อมูลที่องค์กรต่างๆ เผยแพร่ต่อสาธารณะ ซึ่งในสถานการณ์เช่นนั้น ข่าวลือที่ว่านั้น มีทั้งที่เป็นความจริง และไม่เป็นความจริง
ลักษณะ ประการหนึ่งของข่าวลือ คือ การแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และกว้างขวางมากในช่วงที่สังคมมีปัญหา เกิดความสับสนวุ่นวาย ซึ่งจะทำให้บุคคลในสังคมเกิดความวิตกกังวลและความเครียด ข่าวลือจึงมีทั้งส่วนที่ช่วยให้บุคคลคลายความวิตกกังวล หรือมิฉะนั้น ก็อาจทำให้เกิดความวิตกกังวลมากขึ้นไปอีกก็ได้
ทั้ง นี้ มีรายงานการวิจัย บอกว่าบุคคลที่มีความวิตกกังวลสูง มักจะแพร่กระจายข่าวลือมากกว่าบุคคลที่มีความวิตกกังวลต่ำ ดังจะเห็นได้ชัดเจน เนื่องจากสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสถานการณ์ข่าวลือการขู่วาง ระเบิดตามสถานที่สำคัญในกรุงเทพมหานครในช่วงต้นปีคน กรุงเทพฯ มีความกังวลต่อความปลอดภัยของตนเองอย่างมาก จนเป็นที่มาของข่าวลือการขู่วางระเบิดวันละหลายๆ รอบ ซึ่งจากข้อเท็จจริงปรากฏว่า ข่าวลือบางข่าวเป็นข่าวจริง และบางข่าวก็เป็นเพียงข่าวลือจริงๆ
"พฤติกรรมร่วมกัน" (Collective behaviour) หรือการขับเคลื่อนร่วมกันในทางสังคม เป็นการแสดงออกของพฤติกรรมที่มีความหมายอันบ่งชี้เป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ และจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงทางสังคม (อ่านเพิ่มเติมได้จาก http://www.unm.edu/~lorstone/cobe.html)
ซึ่ง Pidgen ได้อธิบายเพิ่มเติม ในปี ค.ศ.1995 ว่า เหตุการณ์ที่เป็นวิกฤติทางการเมืองและสังคม เช่น ปัญหาสงคราม ปัญหาเกี่ยวกับสตรี ปัญหาการว่างงาน รวมทั้งปัญหาโรคอหิวาต์ระบาด ในประวัติศาสตร์นั้น ล้วนมีสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับสภาพของพฤติกรรมการร่วมกันทางสังคม
นัก วิชาการยังได้ให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับการระบาดของโรคเอดส์ด้วยว่า เป็นจุดเริ่มต้นที่ชัดเจนของการทำความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทและหน้าที่ของ ข่าวลือ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทฤษฎีการรวมหัว (Conspiracy Theories) ในฐานะเป็นการศึกษาในสาขาสังคมวิทยาของสุขภาพและโรคภัยไข้เจ็บ
ดัง นั้น ทำอย่างไรจึงจะลดข่าวลือในสังคมไทยได้ ในเมื่อข่าวลือเกิดขึ้นจากคนไม่ค่อยมีความพึงพอใจจากข่าวสารในช่องทางที่ เป็นทางการ เช่น สื่อมวลชนแล้ว สังคมก็จะหันไปให้ความสนใจและเชื่อถือในข่าวสารในช่องทางไม่เป็นทางการ ในลักษณะสื่อระหว่างบุคคล ปากต่อปาก
แน่ นอนว่า ข่าวลือย่อมเป็นสิ่งที่ผู้รับผิดชอบ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข่าวลือนั้นๆ ไม่พึงประสงค์ให้เกิดขึ้น หรือหากเกิดขึ้นแล้วก็จะพยายามดับให้เร็วที่สุด ข่าวลือย่อมเป็นปัญหาอย่างมากสำหรับรัฐบาล เพราะในที่สุด จะนำไปสู่ความวิกฤติศรัทธาที่ไม่สามารถให้ข่าวสารที่ชัดเจนได้
ผู้ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ สถานการณ์ใดๆ ก็ตาม จึงต้องทำเวลาไม่น้อย ในการให้ข้อมูลข่าวสาร ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องเป็นทางการต่อสังคมในทุกๆ เรื่อง เพราะ "ข่าวลือข่าวลวงจะวิ่งไปรอบๆ โลก ก่อนที่ความจริงจะตั้งต้นสตาร์ทเสียอีก"
กรุงเทพธุรกิจ 11 มกราคม 2550 น.
---------------
หมายเหตุ : ค้นเจอบทความของ"อ.สุรสิทธิ์"ที่เขียนไว้ใน นสพ.กรุงเทพธุรกิจตั้งแต่ปี 2550 เห็นว่าน่าสนใจในสถานการณ์ปัจจุบัน ณ พ.ศ.2553 ที่"ข่าวลือ"เกิดขึ้นมากมายในระหว่างสถานการณ์การชุมนุมของคนเสื้อแดงที่ยกระดับของการชุมนุมมาสู่"ปฏิบัติการราชประสงค์" ท่ามกลาง"ข่าวลือ"ข่าวลวง จะมีการสลายการชุมนุม หลังรัฐบาลโดย ศอ.รส.ก็แสดงบทแข็งกร้าวที่จะบังคับใช้ พรบ.ความมั่นคง ม.18 ซึ่งตามขั้นตอนอาจดำเนินไปสู่ สถานการณ์สลายการชุมนุมโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ได้ ดังนั้นจึงเกิดข่าวลือทั้งการสลายการชุมนุม การปฏิวัติ การจราจล ฯลฯ มากมาย จึงขอคัดบทความนี้ นำมาเสนออีกครั้ง เพื่อเป็นการ"ฉุกคิด"ในการทำหน้าที่ของ"สื่อมวลชน"อย่างเราๆท่านๆ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
แสดงความเห็นได้ที่นี่