ปธ.สอบคลิปศาล รธน.เผย ตร.ค้นห้อง"พสิษฐ์"ไม่เจอหลักฐาน ชี้แจ้งหมิ่น"กษัตริย์"เหตุแพร่ซ้ำกระทบสถาบัน
วันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 เวลา 22:45:45 น.
นายสนิท จรอนันต์ ที่ปรึกษาสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ และอดีตประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีคลิปการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ถูกเผยแพร่ในเว็บไซต์ยูทูบ กล่าวถึงกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจค้นห้องทำงานของนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญและได้นำเอกสารไปตรวจสอบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาตรวจสอบห้องทำงานนายพสิษฐ์ ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน เนื่องจากเป็นการดำเนินการต่อภายหลังที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้มีผลการตรวจสอบเสนอต่อสำนักงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่สำนักงานได้เคยแจ้งความเพื่อดำเนินคดีต่อคลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาตรวจสอบเพื่อดูว่ามีหลักฐานอะไรหรือไม่ที่จะนำไปประกอบสำนวนของการพิจารณาคดีดังกล่าว และจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่พบว่ามีหลักฐานใดที่เกี่ยวข้องกับคดีแต่อย่างใด จึงไม่มีเอกสารหรือแม้แต่คอมพิวเตอร์ที่ตำรวจได้ยึดหรือนำไปตรวจสอบ
ชี้แจ้งหมิ่น "กษัตริย์" เหตุมีการแพร่ซ้ำกระทบสถาบัน
รายงานข่าวจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเปิดเผยว่า กรณีคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญแจ้งความดำเนินคดีบุคคลที่กระทำการเผยแพร่คลิปวิดีโอในยูทูบชุดที่ 3 ที่เป็นคำสารภาพของเจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนนูญที่ยอมรับอาจได้ข้อสอบล่วงหน้า โดยเป็นการการกระทำที่ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรม และสถาบันการเมืองการปกครองของไทย ซึ่งเป็นการร่วมกันกระทำความผิดในลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 , 198 ,326 และ 328นั้น ทั้งนี้ที่สำนักงานต้องแจ้งความในฐานดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ด้วยซึ่งต่างจากที่ผ่านมาเป็นเพราะคลิปวิดีโอชุดล่าสุดได้มีการนำไปเผยแพร่ซ้ำต่อนั้นได้ปรากฎภาพ เสียงแทรกไปในคลิปดังกล่าวที่ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ด้วยทำให้สำนักงานต้องแจ้งความในความผิดดังกล่าว
ตุลาการเล็งดันตั้งกก.คนนอกปมสอบจนท.ศาล
รายงานข่าวจากศาลรัฐธรรมนูญแจ้งว่า กรณีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสนอให้นายชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงจากบุคคลภายนอกเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีการกล่าวหา 3 ตุลาการ โกงข้อสอบการสอบเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญระดับ 3เมื่อปี 2552 นั้น ซึ่งการประชุมคณะตุลาการเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมาทางตุลาการได้มีการเสนอเรื่องดังกล่าวให้ที่ประชุมพิจารณาแต่ได้รับคำตอบจากนายชัชว่าให้รอก่อนทั้งที่ขณะนี้ศาลกำลังเกิดวิกฤตศรัทธา ทั้งนี้มีตุลาการบางส่วนที่เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมการจากคนภายนอกศาลและจะเสนอเรื่องดังกล่าวให้นายชัชอีกครั้งในการประชุมคณะตุลาการวันที่ 12 พฤศจิกายนนี้
3 ตุลาการฟ้อง "มติชน"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายจรูญ อินทจาร นายสุพจน์ ไข่มุกด์ และนายเฉลิมพล เอกอุรุ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มอบอำนาจให้นายณพล อรุณอาศิรกุล ทนายความผู้รับมอบอำนาจ 3 ตุลาการเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อกองกำกับการ1(กก.1) กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนเพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ที่นำคลิปวิดีโอชุดที่ 3 ที่ใช้ชื่อ "คำสารภาพของเด็กฝากเจ้าหน้าที่ระดับสูงศาลรัฐธรรมนูญ" ไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ยูทูบเป็นการกระทำผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 นั้น
ทั้งนี้ในคำร้องทุกข์กล่าวโทษที่นายณพลได้ยื่นต่อพนักงานสอบสวนนั้นทาง3 ตุลาการในฐานะผู้เสียหายให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีอาญาตามกฎหมายจนถึงที่สุด โดยผู้เสียหายทั้ง 3 คนประสงค์ที่จะร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับ
1.นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ
2.กลุ่มบุคคล
และ3.หนังสือพิมพ์มติชนกับพวก
ทั้งนี้เหตุที่เชื่อว่าหนังสือพิมพ์มติชนมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิดด้วย เนื่องจากวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมาต่อเนื่องทั้งเวลากลางวันและกลางคืน เว็บไซต์มติชนชื่อ "Matichon online" ได้นำคลิปวิดีโอที่ผ่านการตัดต่อภาพและเสียงอันเป็นเท็จมาเผยแพร่ โดยถอดข้อความในคลิปวิดีโอดังกล่าวเป็นตัวอักษรและระบุชื่อย่อของผู้เสียงทั้งสามว่า จ. ฉ. และส. โดยย่อหน้าในเว็บไซต์มติชนก่อนที่ระบุข้อความตามถอดเทปจากข้อความได้มีการจัดทำระบบเชื้อเชิญให้บุคคลทั่วไปมาเปิดคลิปดังกล่าวได้ ต่อมาวันที่ 9 พฤศจิกายน หนังสือพิมพ์มติชนได้เผยแพร่ข้อความผ่านเว็บไซต์ว่า
Matichon Online ระบุชื่อผู้เสียงว่า "จรูญ" "เฉลิมพล" และ "สุพจน์" อันสอดคล้อง จ.หมายถึง "จรูญ" ฉ.หมายถึง "เฉลิมพล" ส. หมายถึง "สุพจน์" โดยในศาลรัฐธรรมนูญมีตุลาการ 9 คน บุคคลที่ชื่อจรูญ เฉลิมพล และสุพจน์ คือผู้เสียหายทั้ง 3 คน ซึ่งเป็นการใช้ถ้อยคำระบุชื่อของผู้เสียหายทั้งสามอย่างชัดเจน อันเป็นการย้ำและแสดงให้เห็นว่าชื่อย่อตามที่เคยเผยแพร่ไว้เป็นชื่อใครบ้าง
"หนังสือพิมพ์มติชนได้นำข้อความดังกล่าวผ่านทางสื่อสิ่งพิมพ์และเว็บไซต์ในระบบคอมพิวเตอร์ของตน ตลอดจนมีการนำเสนอข่าวต่อสาธารณชนเป็นระยะๆในลักษณะรุกไล่ กดดัน อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีลักษณะแตกต่างจากการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนโดยปกติ เพื่อให้สาธารณชนหลงเชื่อว่าข้อความและเสียงในคลิปวิดีโอเป็นความจริงอันเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมาย การกระทำของกลุ่มบุคคล และนายพสิษฐ์ นำข้อความอันเป็นเท็จเข้าสู่คอมพิวเตอร์จนมีการนำข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์และเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์ของหนังสือพิมพ์มติชนด้วยวิธีการตีพิมพ์จำหน่ายให้กับประชาชนและเผยแพร่คลิปดังกล่าวผ่านเว็บไซต์มติชนออนไลน์จึงเป็นการร่วมกันเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ลักษณะแบ่างหน้าที่กันทำอันเป็นความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1),(5) นอกจากนี้การกระทำของหนังสือพิมพ์มติชนที่เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ ด้วยการตีพิมพ์ข้อความในหนังสือพิมพ์รายวันและเว็บไซต์ยังเป็นความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาอีกฐานความผิดหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญษมาตรา 326 ,328 และ 83" คำร้องทุกข์ระบุ
คนข่าวINN
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
แสดงความเห็นได้ที่นี่