ในหลวง กษัตริย์นักการสื่อสาร
เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ที่กรมประชาสัมพันธ์ จัดงาน "ตามรอยพระบาทยาตรา" ในหัวข้อ "พระมหากษัตริย์นักการสื่อสารมวลชน" เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมจัดเสวนา "พระมหากษัตริย์นักการสื่อสารมวลชน" จากบุคคลที่เคยถวายการรับใช้ อาทิ นายดิสธร วัชโรทัย รองเลขาธิการพระราชวัง และ นายปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ด้านนายปราโมทย์ กล่าวว่า พระองค์ท่านเป็นนักสื่อสารมวลชนผู้เชี่ยวชาญในระดับสูง จากที่ได้ตามเสด็จพระองค์ไปตามภูมิภาคต่างๆ ในถิ่นทุรกันดาร จะเห็นว่าทุกวันจะทรงงานอย่างมุ่งมั่นไม่ว่าจะฝนตกแดดออกไม่เคยย่อท้อ โดยเฉพาะการทำโครงการพระราชดำริต่างๆ ทรงหาข้อมูลก่อนโดยหาจากประชาชนในพื้นที่ ทรงทำแบบนักเทคนิค นักวิชาการ รอบรู้ทุกเรื่องไม่เฉพาะเรื่องน้ำ แต่รวมถึงเรื่อง ดิน ป่าไม้ ทรงอาศัยเหตุผลที่ถูกต้องและชัดเจน ในเรื่องเทคนิควิธีการที่เข้าใจง่าย พระองค์ไม่ทำแบบเผินๆ บางพื้นที่รถเข้าไม่ได้ก็จะรับสั่งว่าไม่เป็นไร ถนนไม่มีก็เดินไป บางพื้นที่ต้องเดินเข้าไปถึง 3 กิโลเมตร
หน้า 11
----------
"ในหลวง" ทรงเป็นต้นแบบประชาพิจารณ์
วันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2553 เวลา 20:30:31 น.
เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ที่ห้องประชุมกรมประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ มีการเสวนาเรื่อง "พระมหากษัตริย์นักสื่อสารมวลชน" โดยนายปราโมทย์ ไม้กลัด กรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวว่า ตลอดเวลาที่ได้ถวายงานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโครงการพระราชดำริต่างๆ พระองค์ทรงมีพระอัจฉริยภาพในการสื่อสารมวลอย่างเป็นเลิศ เห็นได้จากก่อนจะทรงจัดทำโครงการพระราชดำริทุกโครงการ พระองค์จะมีรับสั่งกับประชาชนในพื้นที่ จะสอบถามและรับฟังข้อมูลจากประชาชนในพื้นที่อย่างละเอียด ผ่านเครื่องมื่อสื่อสารของพระองค์ ทั้งแผนที่ กล้องถ่ายรูป และวิทยุสื่อสาร โดยจะทรงจดข้อมูลที่ได้รับฟังลงในแผนที่ และจะทรงนำข้อมูลไปปรึกษากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำเป็นโครงการพระราชดำริ
นายปราโมทย์กล่าวว่า เมื่อโครงการพระราชดำริเกิดขึ้นเรียบร้อย พระองค์จะทรงพูดคุยกับประชาชนอีกครั้ง ว่าประชาชนจะมีความพึงพอใจเพียงใดหรือมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริเพิ่มเติมอย่างไรบ้าง การสื่อสารกับประชาชนของพระองค์นั้นถือเป็นต้นแบบอย่างของการทำประชาพิจารณ์ในปัจจุบัน
-------
"...งานสื่อสารมวลชน โดยเฉพาะงานหนังสือพิมพ์ เริ่มขึ้นในประเทศของเราช้านานแล้ว และมีประวัติการณ์อันน่าสนใจมาแต่ต้น นักหนังสือพิมพ์ไทยทุกรุ่นทุกสมัย พยายามที่จะทำหน้าที่บริการประชาชน เพื่อให้ประชาชนยอมรับนับถือผลงานที่ประจักษ์แล้ว ควรจะเป็นกำลังใจ ให้แต่ละคนทำงานและทำตัวให้ดียิ่งขึ้น มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ให้ควรกับความยกย่องนับถือของมหาชน ทั้งควรกับหลักการและจรรยาอันสูงในอาชีพของนักหนังสือพิมพ์
ข้าพเจ้าขอฝากความคิดไว้สำหรับท่านทั้งหลายว่า ทุกคน ไม่ว่าจะมีอาชีพใดต่างมีหน้าที่ร่วมกันอยู่ประการหนึ่งเหมือนกันหมด คือหน้าที่ที่จะทำตัวให้เป็นคนมีประโยชน์และมีค่าต่อบ้านเมืองและส่วนรวม ได้แก่การทำงานด้วยความตั้งใจจริง ประพฤติสุจริตและตั้งตนอยู่ด้วยคุณธรรม เพื่อให้ผลการปฏิบัตินั้นบังเกิดเป็นความสุขความเจริญ และความสงบเรียบร้อยของชาติบ้านเมือง
นักหนังสือพิมพ์เป็นผู้เสนอข่าวสาร ความรู้ ความคิดเห็น รวมทั้งเป็นปากเสียงแทนผู้อื่น ทุกเรื่องทุกสิ่งที่ท่านนำลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ แพร่หลายไปได้โดยรวดเร็วและกว้างขวางอย่างไม่มีขอบเขต จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จักต้องปฏิบัติงานด้วยความตั้งใจ ด้วยความพิจารณาที่รอบคอบ ด้วยความสุจริตยุติธรรม และด้วยความสำนึกในความรับผิดชอบเป็นพิเศษอยู่เป็นนิตย์..."
พระราชดำรัส พระราชทานแก่สมาชิกสมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยณ สมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย วันเสาร์ ที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๑๔
คนข่าวINN

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
แสดงความเห็นได้ที่นี่