ข่าวสั้นจากINN

วันศุกร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2554

โครงการ"ของขวัญ..คนข่าวINNเพื่อน้อง"


ขอแจ้งให้กับเพื่อนพ้องน้องพี่ "คนข่าวINN"ทราบ...

จากที่ได้คุยกันไว้ทั้งกองบก.ข่าวว่า ปีใหม่นี้เราจะนำเงินที่ความจริงต้องนำไปซื้อของขวัญมาจับสลากกันในกองคนละ 300 บาท เปลี่ยนมาเป็น นำเงินดังกล่าวมารวมกันทั้งกองบก.เพื่อนำไป "ทำบุญ"ให้กับผู้ด้อยโอกาสกว่า อันเป็นการ"เบิกฤกษ์เอาชัย"ว่าด้วย"การให้"สำหรับคนทำงาน "ข่าว"ที่ต้องทำเพื่อ"สังคม"ที่ควรต้องรู้จักการให้

ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วย และการทำบุญครั้งนี้ก็เปิดให้ทำ ตามความสมัครใจของทุกคน จากจำนวนคนประมาณ 70 คน(ความจริงน่าจะได้ 21,000บาท)..ถึงเวลานี้วันนี้(28ม.ค.54)เราได้เงินมาแล้วจำนวน 16,000 บาท (ใครยังไม่ได้ทำ..กลัวตกขบวนบุญ รีบมาให้ที่ "พี่เสาวณีย์" หรือจะไปสมทบนาทีสุดท้ายเวลา 16.00น.ที่บ้านราชาวดีพรุ่งนี้ก็ได้)
ส่วนเพื่อนพ้องน้องพี่ ไม่ว่าจะเป็น "ศิษย์เก่า"หรือ ท่านใดที่ทราบข่าวนี้และอยากจะทำบุญร่วมกันก็ขอเชิญด้วยกันครับ จะโทรมาสอบถามรายละเอียดหรือกำหนดการก็ได้ที่ คุณเปอร์ หรือ น้องๆ "คนข่าว"ท่านอื่นๆก็ได้

สำหรับกำหนดนัดหมายของการไปเลี้ยงข้าวเย็นน้องๆบ้านราชาวดีหญิงในวันพรุ่งนี้(29ม.ค.54)เวลา 16.00น...มีดังนี้ครับ

15.00น. : สำหรับคนที่จะไปจากออฟฟิศINN นัดเจอ14.50 น.ล้อหมุน 15.00 น.
16.00น. : สำหรับคนที่ไปที่บ้านราชาวดี เจอกันที่กองอำนวยการของบ้านฯ
16.30น. : เลี้ยงอาหารป้อนข้าวน้องๆ
17.00น. : น้องๆทานข้าว ขอบคุณกัน นำเงินที่เหลือบริจาดจากนั้น พี่ๆก็สลายตัวแยกย้าย


ข้อมูลประกอบ..

สถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา(หญิง) หรือเป็นที่รู้จักอีกชื่อหนึ่งว่า บ้านราชาวดีหญิง เป็นหน่วยงานในสังกัด สำนักบริการสวัสดิการสังคม กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

สถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา(หญิง) เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2540 โดยแยกออกจากสถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา เนื่องจากเด็กมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เกิดปัญหาความแออัดและยากต่อการดูแล

กรมประชาสงเคราะห์(เดิม) จึงอนุมัติให้แยกการดูแลออกเป็นสถานสงเคราะห์สำหรับเด็กชาย และเด็กหญิงซึ่งมีความบกพร่องทางสมองและปัญญา ตั้งอยู่เลขที่ 78/15 หมู่ที่ 1 ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เป็นที่ดินราชพัสดุโดยมีเนื้อที่ทั้งสิ้น 27 ไร่เศษ การก่อสร้างอาคาร สิ่งก่อสร้างต่างๆ ได้รับการบริจาคเงินและการสนับสนุนจากภาคเอกชน องค์กร ตลอดจนประชาชนผู้มีจิตศรัทธาทั่วไป จึงสามารถเปิดดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2540 เป็นต้นมา

สถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา(หญิง) มีภารกิจหลักในการให้การเลี้ยงดูเด็กหญิงอายุระหว่าง 7-18 ปี ที่มีความบกพร่องทางสมองและปัญญา โดยจัดให้มีบริการด้านปัจจัยสี่ บริการทางการแพทย์ การรักษาพยาบาล การสังคมสงเคราะห์การศึกษาพิเศษ ตลอดจนจัดกิจกรรมเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งทางร่างกาย อารมณ์ สังคม และจิตใจ เพื่อให้เด็กในความอุปการะสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างทัดเทียมกับบุคคลอื่น มีความสุขตามอัตภาพ

ปัจจุบันนี้สถานสงเคราะห์ฯให้การอุปการะเลี้ยงดูเด็กหญิงจำนวน 565 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 1 มิถุนายน 2553)
--
สำหรับเด็กพิการทางสมองและปัญญาอายุระหว่าง 7-18 ปีที่บ้านราชาวดีให้การอุปการะเลี้ยงดู ประกอบด้วย -เด็กกำพร้า ขาดผู้อุปการะเลี้ยงดู ไร้ที่พึ่ง ถูกทอดทิ้ง -เด็กเร่ร่อนพลัดหลง ไม่สามารถติดตามบิดามารดา หรือผู้ปกครองได้ -เด็กที่ประสบปัญหาครอบครัว เช่น ครอบครัวมีฐานะยากจน ไม่สามารถให้การเลี้ยงดูได้อย่างเหมาะสม บิดามารดาเจ็บป่วยเรื้อรัง เป็นโรคจิตฟั่นเฟือน ฯลฯ -เด็กที่มีปัญหาด้านพฤติกรรมทางสังคม ถูกละเมิดสิทธิต่างๆ อันเนื่องมาจากความบกพร่องทางปัญญา
---------------
เรื่องเล่าจากคนที่เคยไปทำบุญวันเกิดที่บ้านราชาวดี...
บ้านราชาวดีหญิง ที่นี่เป็นสถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมอง เป็นเด็กหญิงทั้งหมด มีจำนวน 500 กว่าคนค่ะ น้องๆส่วนใหญ่มีอายุตั้งแต่เล็กๆเลยจน 18 ปี มีหลายอายุ มีทั้งน้องที่ดูแลตัวเองไม่ได้และช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง ส่วนที่คัดไว้ให้มารับประทานอาหารกลางวันพร้อมกันจะเป็นน้องที่พอเข้าใจบ้าง พูดรู้เรื่อง แต่ก็มีอาการทางสมอง ส่วนมากกำพร้ากันทั้งนั้น เราตอนแรกก็ไม่อะไร ไม่เคยไปอะไรแบบนี้ด้วย กะว่าไปแล้วกลับเลย

พอเดินเข้าไปเจอเด็กๆใส่เสื้อสีๆ ยืนเรียงกันนั่งบ้างก็มีอย่างเป็นระเบียบ เพื่อรอกินข้าว อาหารที่เราเลี้ยงเขาคือว่า ปกติเด็กๆที่นี่จะได้เงินสนับสนุนจากรัฐ ตกคนละ 35 บาทต่อวัน ซึ่ง manage แล้วก็จะมีกับข้าวแค่อย่างเดียว แต่ถ้าเราเลี้ยงวันนี้ ก็คือซื้อกับข้าวให้น้องเพิ่มอีก 1 อย่าง คือแม่เลือกไส้กรอก ราคา 3,000 บาท น้องๆ 500 คนสามารถได้กินไส้กรอกเพิ่มขึ้นด้วย หรือถ้ามากกว่านั้นน้องก็ได้กินมากกว่านั้นอีก ....

สิ่งที่ทำให้เราอึ้งมากเลย คือพอเดินเข้าไปแล้วเด็กๆเห็นมีน้องคนนึงตัวเล็กมาก คือเด็กสุดในนี้ มาจูงๆเราแล้วเรียก "แม่ๆ" แล้วชี้ให้ดูเพื่อน คือน่าสงสารเขาอ่ะ ถึงเขาจะพิการทางสมองแต่เด็กๆทุกคนก็ต้องการความรักจากพ่อแม่ ที่นี่สอนให้เด็กทุกคนรัก คนที่มาเลี้ยงอาหารกลางวันหรือแจกของเขา ให้เรียกว่าแม่ ความหมายของคำว่า แม่ ของเขาจึงต่างกับของเราออกไป แต่สายตาน้องทุกคนมองเรามา ไม่ได้เคยคุยกันแต่เขาจะมองเราอย่างชื่นชม

เงินของเราจริงๆแล้วที่ผ่านมาที่ไปซื้ออะไรแพงๆมียี่ห้อ สามารถเอามาเลี้ยงน้องได้หลายคนจริงๆ

วันนี้เห็นสัจธรรมมากๆ พอเจอเด็กเรียกเราว่า แม่ คืออยากให้เราไปเล่นไปคุยกับเขา เจอแบบนี้ เลยอยู่ต่อเลย รอให้น้องๆกินเสร็จค่อยกลับ

เด็กที่นี่ก็มีมารยาทดีด้วยคือส่วนใหญ่เขาจะยิ้ม รักกันเหมือนเป็นครอบครัว พอนั่งแปปนึง มาอีกล้ะ มีคนนึงจูงเพื่อนมา บอก แม่ อ้อมอยากคุยด้วย เราก็ถามชื่ออะไรคะ ก็ตอบแบบอายๆ ตอบชื่อจริงมา คือเจ้าหน้าที่ทุกคนก็ดีกับเด็กๆมาก
พอถึงเวลาปุ๊บนะ เขาก็ให้เราไปนั่งโต๊ะแขก แล้วก็ให้ใบเสร็จเรามาสำหรับค่าอาหาร แล้วก็บอกน้องๆ อ้าวทุกคนร้องเพลง Happy Birthday ให้แม่หน่อย เด็กทุกคนก็ร้องอย่างพร้อมเพรียง เราก็เขินเล็กน้อย ... พอจบ ทุกคนรีบกินข้าวกันอย่างเร็วมากกกกกกก เด็กหิวชัวร์ สรุปว่าไส้กรอกขายดีมากคือผักเผิกไม่กินกันเล้ย กินไส้กรอกก่อน บางคนก็กินอย่างอื่นก่อนเก็บไส้กรอกไว้กินหลังสุด น้องบางคนจะไม่สามารถรับรู้ความอิ่มได้จะกินข้าวเยอะมากๆ ...

กินกันแปปเดียวก็เหมือนจะอิ่มกันแล้วเพราะกินเร็ว เราก็จะกลับ พอจะกลับครูก็บอกน้องๆว่า อ้าว แม่จะกลับแล้ว น้องๆก็ยกมือพนม แล้วก็พูดพร้อมกัน เราจำไม่ได้แต่ประมาณว่า ขอบพระคุณที่เมตตา เลี้ยงอาหารกลางวัน อะไรประมาณนี้ เฮ้อ ดีใจ แต่ก็สลดเลย เศร้าอ่า

แผนที่
สิ่งที่จะบอกก็คือ อยากประชาสัมพันธ์ให้เพื่อนๆที่ว่างๆหรือวันเกิดไปทำบุญที่บ้านราชาวดีหญิงบ้างนะคะ ของเด็กชายก็มีแต่คราวนี้เราเลือกเด็กหญิงก่อน แล้วจะรู้สึกว่าเราทุกวันนี้โชคดีมากๆเลย ที่เกิดมาครบ 32 มีที่อยู่ มีพ่อแม่ดูแล แม้จะมีบางอย่างในชีวิตที่รู้สึกว่าขาดหายไปบ้างแต่ก็ยังโชคดีกว่าเค้ามากๆ

ทุกวันนี้ สิ่งของเครื่องใช้น้องก็ยังขาดแคลนเยอะมากจะขนไปเองก็ได้หรือจะบริจาคเงินก็ได้ คน 500 คน แค่ในโรงเรียนปกติก็มีค่าใช้จ่ายมากแล้ว นี่น้องกิน 3 มื้อ ต้องนอนที่นี่และต้องดูแลพิเศษด้วยยิ่งลำบากเลย หรือถ้าจะไปเลี้ยงอาหารกลางวันน้องๆก็จะดีใจค่ะ



เสียดายที่วันนี้เราไปกะแม่สองคน ถ้าสมมติไปกันเยอะๆน้องจะ happy มากถ้ามีพี่ๆ เป็นแม่ให้เขาแล้วไปเล่นไปเติมข้าวให้เขาอ้ะ ถ้าจะเลี้ยงข้าวกลางวันแบบเราก็ติดต่อเจ้าหน้าที่ไปก่อน คือจองไว้แล้วก็นัดวันจริงไปตอน 11:30 น ค่ะ

คนข่าวINN

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความเห็นได้ที่นี่