
ร้องบก.ปทส.เอาผิด "กบนอกกะลา"
วันจันทร์ ที่ 19 มีนาคม 2555
"เครือข่ายคนรักนก" ร้องบก.ปทส.เอาผิด "กบนอกกะลา" ละเมิดพ.ร.บ.สัตว์ป่าสงวนฯ
Posted by BlueHill
เครือข่ายคนรักนกและธรรมชาติ ยื่นเรื่องร้องทุกข์ต่อ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส) กล่าวโทษรายการ "กบนอกกะลา" ในกรณีนำเสนอเนื้อหาส่งเสริมการค้าสัตว์ป่า ละเมิดพระราชบัญญัติ สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2535 หลังออกอากาศเรื่อง "นกนักล่าภารกิจเจ้าเวหา” โชว์ภาพ"คนฝึกเหยี่ยวล่านกกวัก" ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง
พล.ต.ต.นรศักดิ์ เหมนิธิ ผบก.ปทส. เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวนของ กก.1บก.ปทส. รับเรื่องไปตรวจสอบ หากพบว่า รายการ “กบนอกกะลา” เข้าข่ายการกระทำความผิด ก็จะเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป คาดว่าจะใช้เวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริงประมาณ 3 วัน
พล.ต.ต.นรศักดิ์ เหมนิธิ ผบก.ปทส. เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวนของ กก.1บก.ปทส. รับเรื่องไปตรวจสอบ หากพบว่า รายการ “กบนอกกะลา” เข้าข่ายการกระทำความผิด ก็จะเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป คาดว่าจะใช้เวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริงประมาณ 3 วัน
ในหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษของเครือข่ายคนรักนกและธรรมชาติ ระบุว่า ตามที่รายการกบนอกกะลาได้นำเสนอ "นกนักล่าภารกิจเจ้าเวหา" ออกอากาศ ในวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ.2555 มีเนื้อหาของรายการแสดงด้านบวกของการเลี้ยงนกเหยี่ยวและนกล่าเหยื่อสายพันธุ์ต่างประเทศอย่างชัดเจน รวมถึงวิธีการฝึก การจัดหานกมาเลี้ยง อวดความร่ำรวยของคนเลี้ยง ไม่มีการตรวจสอบภูมิความรู้ของวิทยากรว่ามีความรู้ตามที่อวดอ้างจริงหรือไม่ ไม่มีการหาข้อมูลด้าน
อื่นๆ จากวิทยากรกลุ่มอื่นเพื่อให้ครบประเด็นและรอบด้าน มีการแจ้งค่าใช้จ่ายในการไล่นกพิราบในโรงสี ซื่งเป็นการโฆษณาขายสินค้าโจ่งแจ้ง และด้วยจำนวนเงินที่สูงก็ย่อมจูงใจให้คนทำตาม
มีการแสดงการล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง ได้แก่ นกกวัก อย่างชัดแจ้ง (ในช่วงสุดท้าย) ซึ่งเป็นหลักฐานแน่นหนา ให้สามารถดำเนินคดีตามกฎหมายพ.ร.บ.สงวนและค้าครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ระวางโทษจำคุก 4 ปี และ/หรือปรับ 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หลังจากรายการ ฯ ได้ออกอากาศ มีการแสดงความวิตกและไม่เห็นด้วยอย่างกว้างขวางจากกลุ่มผู้รักนกและธรรมชาติ เนื่องจากประเทศไทยมิได้มีวัฒนธรรมดั้งเดิมในการเลี้ยงเหยี่ยว หรือนกล่าเหยื่อเพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงหรือใช้งาน
เช่น กลุ่มประเทศอาหรับ เอเชียตอนเหนือหรือยุโรป อีกทั้งปัจจุบันยังมีการค้านกป่าและนกผิดกฎหมายกันอย่างเปิดเผยในหลายพื้นที่ นกเหยี่ยวและนกล่าเหยื่อของประเทศไทยซึ่งอยู่ในบัญชีรายชื่อสัตว์ป่าคุ้มครอง ก็จะถูกลักลอบล่าออกมาจากป่าเพื่อขายให้กับสมาชิกลุ่มฝึกเหยี่ยวนี้ โดยเฉพาะผู้เลี้ยงที่มีรายได้น้อย วัยรุ่นหรือผู้หัดเลี้ยง ที่ไม่มีเงินไปซื้อนกเหยี่ยวที่นำเข้าจากต่างประเทศ แต่อยากลองฝึกเหยี่ยวกับเขาบ้างตามที่ได้เห็นในรายการกบนอกกะลา
แม้จะมีการอนุญาตให้ครอบครองเหยี่ยวและนกล่าเหยื่อได้ แต่นกส่วนใหญ่ที่นิยมเลี้ยงกันในประเทศไทย เช่น นกเหยี่ยวดำ นกเหยี่ยวแดง นกเหยี่ยวขาว นกเค้าจุด ฯลฯ ล้วนเป็นนกที่ได้มาอย่างผิดกฎหมาย การล่า ครอบครอง ซื้อ ขาย ผิดกฎหมายทั้งสิ้น ซึ่งมาจากการเลียนแบบหรือทำตามสิ่งที่ตนเห็นในโทรทัศน์และคิดว่าเป็นเรื่องถูกต้อง
กลุ่มผู้รักนกและธรรมชาติรู้สึกความผิดหวังกับรายการกบนอกกะลาและบริษัททีวีบูรพา ที่ตลอดมาเป็นสื่อน้ำดี นำเสนอข้อมูลของคนดี การกระทำดี อย่างรอบด้าน เพื่อช่วยจรรโลงสังคมให้น่าอยู่ สนับสนุนและอนุรักษ์ธรรมชาติ แต่ในครั้งนี้ รายการกบนอกกะลากลับเสนอรายการที่เป็นสิ่งผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม ส่งผลกระทบกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรง
ความเป็นจริงแล้วการเลียนแบบเช่นนี้ถือเป็นเรื่องที่ต้องระงับและให้ความรู้กับผู้เลี้ยงสัตว์ แต่ทางรายการมิได้นำเสนอในแง่มุมนี้ ถือเป็นการส่งเสริมการค้าสัตว์ป่าอย่างชัดเจน อีกทั้งยิงมีคลิปวีดีโอเผยแพร่ออกมาในอินเตอร์เน็ตมาก่อนหน้านี้ ว่ากลุ่มผู้เลี้ยงเหยี่ยวนี้นำนกของตนไปฝึกล่านกในธรรมชาติของไทย เช่น นกแขวก นกปรอด นกเขา ฯลฯ ถือเป็นเรื่องผิดกฏหมายพระราชบัญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 อย่างชัดเจนเช่นกัน
ทางกลุ่มผู้รักนกและธรรมชาติ ขอชี้แจงเผลกระทบหลังจากออกอากาศไปดังนี้
1. เนื้อหามีส่วนสนับสนุน ชักชวนให้เกิดค่านิยมเลี้ยงนกชนิดนี้มากขึ้น อันจะนำไปสู่ความต้องการล่า ค้า ขาย เลี้ยง อย่างผิดกฎหมาย ซึ่งล้วนมีความผิดตาม พ.ร.บ สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535
2. นกล่าเหยื่อมีสถานภาพในธรรมชาติที่น่าเป็นห่วง การเพาะเลี้ยงยังทำได้ลำบากและน้อยมาก และมีการลักลอบดักจับจากธรรมชาติแบบผิดกฎหมายมาขายเป็นจำนวนมาก ในหลายพื้นที่มีปริมาณลดลงอย่างชัดเจน การนำเสนอในทางสนับสนุนการเลี้ยง การฝึกเหยี่ยว จะยิ่งทำให้ยอดความต้องการนกเพิ่มขึ้น นำไปสู่การดักจากธรรมชาติเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ถือเป็นการส่งเสริมการค้าสัตว์ป่าอย่างเห็นได้ชัดเจน
3. ตลอดกระบวนการล่า ค้า ขาย จนไปถึงกรงเลี้ยง มีการทรมานสัตว์จากการดัก ลักลอบขนย้าย และลักลอบซื้อขาย และมีการสูญเสียชีวิตนกไปเป็นจำนวนมาก
4. แม้จะมีผู้นิยมเลี้ยงนกชนิดนี้อยู่มาก แต่ก็มีผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับ "การเลี้ยงเหยี่ยวและนกล่าเหยื่อของประเทศไทยในกรงเลี้ยง" ก็มีจำนวนมากเช่นกัน เพราะการกักขัง เป็นการทรมานสัตว์เพื่อความสุขของคนเลี้ยง ขัดต่อหลักศีลธรรมอันดี
หนังสือร้องทุกข์ยังระบุว่า ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา รายการกบนอกกะลาเคยนำเสนอตอน"วิหคเสียงทอง" และ"สัตว์ดารา" ทุกครั้ง ทางกลุ่มผู้รักนกและธรรมชาติขอวิงวอนให้ทางรายการกบนอกกะลา ทบทวนบทบาทของตนในฐานะสื่อโทรทัศน์ที่มีอิทธิพลต่อผู้ชมโดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ว่าได้ใช้วิจารณญาณและความรู้เพียงพอหรือไม่ ต่อการเลือกหยิบประเด็นขึ้นมานำเสนอ และเมื่อรู้ว่าพลาดไปได้ลงมือแก้ไขดีพอหรือยัง รวมทั้งวิงวอนให้ทางรายการ
พิจารณาทางเลือกอื่นเพื่อนำเสนอข้อมูลที่ยังขาดไป โดยมุ่งประโยชน์สูงสุดเพื่อการรับรู้ที่ถูกต้องรอบด้านของผู้ชม ทว่ารายการยังคงเพิกเฉย
"วันนี้พวกเราจึงจำเป็นต้องเข้าแจ้งความดำเนินคดี โดนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นบทเรียนที่สำคัญ ทำให้ผู้จัดทำรายการได้หยุดคิดพิจารณาตนเอง และพยายามหาความรู้เพิ่มเติมให้ตนเองเสียก่อน ความรู้ที่อยู่นอกกรอบการค้าและความบันเทิง ก่อนที่จะลงมือทำรายการเกี่ยวกับสัตว์และธรรมชาติ โดยเฉพาะสถานการณ์ด้านการอนุรักษ์ดูแลทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้สมกับชื่อรายการกบนอกกะลา " เครือข่ายคนรักนกและธรรมชาติระบุ
//////////////
หมายเหตุ : นำมาให้ดู เป็นกรณีศึกษา..ความรอบคอบในการพิจารณาผลกระทบการนำเสนอข้อมูลสื่อสารไปยังสังคม
คนข่าวINN
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
แสดงความเห็นได้ที่นี่