ข่าวสั้นจากINN

วันพฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2553

นิราศรักนักข่าว


ไปเจอเรื่องนี้ในบล็อคเนชั่น เขียนไว้เกี่ยวกับชีวิต"นักข่าว"เห็นว่าน่าสนใจ จึงนำมาเสนอให้ได้อ่านกันแบบเพลินๆ เผื่อจะเหมือนชีวิตของ"คนข่าว"คนไหนบ้าง...? เชิญอ่าน ณ บัดนาว....
------------


คำแถลงการณ์-

บางปากนักข่าวรุ่นพี่ รำพันถึงคนข่าวไว้อย่างแสบสัน ไอ้พวกนักข่าวหรือ -โรงแรมคือบ้าน ร้านอาหารคือครัว หญิง...คือเมีย (...ละไว้ฐานที่เข้าใจ)

ผม จึงเขียนเรื่องราวนักข่าวขึ้นมา "นิราศรักนักข่าว สาวเยี่ยวรดหัวใจ" ลองอ่านกันดูครับ ไม่คิดตังค์สักแดงเดียว

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

นิราศรักนักข่าว สาวเยี่ยวรดหัวใจ

บันทึกเรื่องราวกินเหล้าเคล้านมของนักข่าวจนๆนาม ไอ้บุญพริ้ง

เจ้าพระยา ท่าพระจันทร์ /เสกสรรค์อักษร

บันทึกเรื่องราวนักข่าวจนๆ นาม "ไอ้บุญพริ้ง"ที่โดนสาวงามย่ำยีเยี่ยวรดหัวใจ คืนแหวนหมั้น
ด้วยโทษทัณฑ์ ชิลๆ ไอ้บุญพริ้ง…ดีเกินไป


จนไอ้หมาตัวผู้หลงกรุง บาดเจ็บเจียนตาย

หลังจากปอกเปลือกความตอแหลทิ้ง มันจึงเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา

นี่หาใช่วรรณกรรมขึ้นหิ้งเข้าชิงซีไรท์ เป็นแค่การขากถุยขยะความรู้สึกของชายผู้หนึ่งที่ภักดีต่อจิ๋มเดียวนาน 7 ปี

มันประชดชีวิต เริงร่านราตรี กินเหล้าเคล้านม เมาแอ๋หลับสลบคาอกอุ่นอีสาวไหนก็ไม่รู้

บางคืนมันบ่นเหงากับเงาตัวเองข้างครกส้มตำที่ร้านลาบดินเนอร์

คำสบถนั้นสดับได้ว่า "มีความจนเป็นเงา มีความเมาเป็นหาย มีความเปลี่ยวเหงาเป็นอาภรณ์ห่มกาย"

บางราตรีต้องจรลีทำข่าวต่างแดน มันถอนหายใจยาว เข้าใจภาษิตคนข่าว

"โรงแรมคือบ้าน ร้านอาหารคือครัว หญิงชั่วคือเมีย"

เมื่อท่องยุทธจักรน้ำเมาจนตับแทบพัง ร่านถึงที่สุดแล้ว ไอ้หมาตัวนี้มันบ่นก้นแก้วเหล้า อยากมีแม่พันธุ์ชั้นดีหวังเธอเป็นโอสถขานเอก เยียวยาใจช้ำชอก

คำแนะนำ-อายุต่ำกว่า 30 ปี ควรมีผู้ปกครองนั่งอยู่ด้วยขณะเปิดอ่านคำเตือน
หนังสือเล่มนี้ไม่สงวนสิทธิใดๆทั้งสิ้น กรุณาทำซ้ำ คัดลอกทั้งกระบิได้ตามอำเภอใจ หรือจะนำสันดานดิบไปปรับใช้ก็ไม่ว่าสักน้อย แต่มีข้อแม้ต้องเลี้ยงเหล้าไอ้บุญพริ้ง 1 เมาเป็นขั้นต่ำ


คำสารภาพ

ผมใช้เวลาจารึก “นิราศรักนักข่าว” ถึง 4 ปีเต็ม จารึกอักษรแรกหลังจากโดนแฟนทิ้ง และจารึกในขณะที่จาริกทำข่าวไปทั่วทั้งไทย-เทศ

มาวันนี้ผมผจญกับความคิดหนักหน่วงครับว่า หนังสือเล่มนี้มันมีค่าพอที่จะล้มต้นไม้เพื่อทำกระดาษพิมพ์งานสวะนี้ขายดีหรือไม่

ทั้งที่รู้ดีแก่ใจและเจียมตน ไอ้คนหนังสือพิมพ์ ค้าขายตัวอักษร เขียนให้ตายคาแคร่พิมพ์ดีดก็ไม่มีทางรวย รวมทั้งไม่แน่ใจนักว่า ผู้คนที่เปิดหนังสือพินิจดูแล้วจะควักเงินซื้อหาหรือไม่

แต่อย่างน้อยผมเชื่อว่า มันคือบันทึกบทหนึ่งของคนข่าว

ผมไม่ตอแหล กล้าปอกเปลือกชีวิตคนข่าว ในบริบทเรื่องรักอย่างไม่เหนียมอาย แต่ประทานโทษ ไม่ใช่คนหน้าด้านเหมือนก้นลิงเสน

ผู้อ่านอาจไม่ได้สาระอะไรเลย นอกจากเรื่องนักข่าวคนหนึ่ง ที่กิจวัตรชีวิตประจำวันมันมีแต่ ทำข่าว กินเหล้า เคล้านม บางทีชีวิตมันน่าสงสารระคนสมเพช พอๆกับ อัตราส่วนผสมของ น้ำแข็ง+เหล้า+น้ำ ในแก้ว

จึงแนะนำให้อ่านด้วยความสำเริงสำราญ ถึงความร่าน เริงราตรี กินเหล้าเคล้านม ของนักข่าวจนๆคนหนึ่งเท่านั้น คนหนึ่งจริงๆ หาใช่ทั้งหมดทั้งมวล

-------

นำคนทำข่าว

ชีวิตไอ้พวกนักข่าวมันเป็นอย่างไร มันอยู่ กิน ขี้ ปี้ นอน กันแบบไหน ?

บางคำตอบ สบถกึ่งแดกดันแหวกอากาศมลพิษริมบาทวิถีเมืองกรุง หล่นข้างขวดเหล้าแสงโสมและเนินนมทะลักเล็ดของหมอนวด ที่ร้านลาบดินเนอร์แถวปิ่นเกล้าราวตี 4 สดับรับฟังได้ใจความว่า


ชีวิตคนข่าว “โรงแรมคือบ้าน ร้านอาหารคือครัว หญิงชั่วคือเมีย”

หากยึดอาชีพทำข่าวปากคาบบุหรี่มือกำปากกา ค้าขายตัวอักษรเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง หัวใจมันออกคำสั่งให้ตีนก้าวเดิน ต้องตะลอนตะลุยไปทั่วสารทิศที่มีเรื่องราว มีข่าวให้เขียน
นายกรัฐมนตรีเมืองผู้ดี มันแหกปากผ่านไมโครโฟน คำ ๆนั้นตอแหลแกมประจบประแจงเหมือนหมาร้านลาบอ้อนขอกินคอหมูย่างในองศาเดียวกัน ใจความของมันประมาณว่า คนทำข่าวจัดเป็นฐานันดรที่ 4 ตีความได้ว่า มีบทบาทในสังคมสังคังนี้พอควร ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าตัวของคนพูดเอง

บางคำพูดของนักการเมืองเรืองอำนาจเจนจบสมรภูมิสู้รบ สังเวียนรัก นโปเลียน เข้าใจสัจธรรมดีว่า “พลานุภาพของหนังสือพิมพ์มันน่ากลัวกว่าดาบหอกกระบอกปืนหลายหมื่นเล่ม” -ก็ว่ากันไป


ชีวิตคนทำข่าว ถูกขีดเส้นให้ต้องพบปะกับผู้คนร้อยพ่อพันแม่หมื่นภาษาแสนวัฒนธรรมล้านผู้คน โดยมิอาจเลือกและหลีกเลี่ยงได้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะต้องนั่งคุยหาข่าว ไล่เรียงจากคนบ้า-ยาจก มหาเศรษฐี ยันนายกรัฐมนตรี

คนทำข่าวมันต้องนอนได้ทุกที่ ขี้โดยไม่อาจเลือกส้วม ตั้งแต่ท้องสนามหลวงหรือโรงแรมหรูหรา 5 ดาว ราคาค่านอนหลับ หลายสิบพัน

พวกนักข่าวมันกินเหล้าโดยลิ้นไม่อาจปฏิเสธว่า เป็นเหล้าเถื่อนต้มเปลือกต้นเคี่ยมเสี่ยงตาบอด หรือเป็นบลูเลเบิ้ลในค็อกเทลเลาจ์เคล้ากลิ่นน้ำหอมแพงบรรลัย ของค่ายไอ้จอห์นนี่ยอดนักเดิน-ภาษาฝั่งแม่น้ำโขงที่ "กรุงเวียนเทียน" เวียงจันทน์ เรียกขานน่ารักมากว่าหยามเหยียดว่า…บักจ้อนย่าง JOHNNIE WALKER

พลบค่ำไปงานกะลาดินเนอร์ ร่วมวงสังคมสังคังไฮโซชั้นสูง ประกายพวงเพชรเม็ดเขื่องที่ห้อยคอเหมือนชุดลิเก ยามต้องแสงไฟมันแทงนัยตา เหมือนน้องปุ๋ยโดนสาดจากแสงแฟลชกล้องถ่ายรูป เมื่อเธอกลับเมืองไทย หลัง “ปุ๋ย รักเด็กคะ” ได้มงกุฎนางงามจักรวาลมาเทินบนกบาล ที่ผมเธอดัดหงิกหยอยเหมือนหมอยข้าวโพด (ภาษานักเลงพนันแถวนางเลิ้ง เรียกว่า หมอยม้า)

ตกดึกดอดทำข่าว “ล่อซื้อ” โสเภณีต่างชาติในซ่องเถื่อนเสี่ยงลูกปืนไอ้แมงดาเลว ข้อมือมันใส่ ROLEX เรือนทองฝันเพชร แต่เงินที่ไปซื้อหามาครอบครองนั้น ได้จากการหักเปอร์เซ็นต์ง่ามดากลูกผู้หญิง ที่ชีวิตคุณเธอโดนต้อนจนตรอก

วันนี้ล่องเลด้วยเรือหางยาว โล้ริ้วคลื่นตกปลากลางเปลวแดดระอุปานจะเผาผิวให้เกรียมละลายเหมือนขี้เลนริมคลอง อีกสัปดาห์ต่อมาพบตัวเองเมาแฮงค์โอเว่อร์อยู่บนเรือจักกรีนฤเบศน์กลางอ่าวไทย

กระเทาะเปลือกชีวิตคนทำข่าวนั้นมันพบว่า อาภัพสิ้นดี ชีวิตคล้ายต้องคำสาปให้ไร้คู่เคียงกาย ด้วยเงื่อนไขของเวลา ด้วยปัญหาด้านความพร้อม และด้วยความยินยอมของหัวใจเสรี

ไอ้บุญพริ้ง มันเป็นนักข่าวคนหนึ่งในสยามประเทศนี้ ที่พรรษาการทำข่าวพอควร เรียนรู้โลดโผนยุทธจักรน้ำหมึกมาตั้งแต่เป็นนักศึกษาที่ท่าพระจันทร์ ชีวิตมันคล้ายต้องคำสาปให้ “ไร้รัก” เฉกเช่นนักข่าวรุ่นพี่และสหายน้ำหมึกหลายนาม

ทุกที่ทุกเส้นทางที่เดินทางของหลากหลายชีวิต ตั้งแต่ไส้เดือนดำดินยันหงส์เหินเดินเวหา แน่นอนว่าย่อมมีเรื่องราวมากมายปรากฏ เก็บไว้ก็ไร้ซึ่งประโยชน์ ไอ้บุญพริ้งมันเชื่อพรรค์นั้น เลยคลี่คลายความรู้สึกให้สหายรัก “เจ้าพระยา ท่าพระจันทร์” บรรจุถ้อยอักษรลงแผ่นกระดาษ ร้อยเรียงเป็นเรื่องราว ให้ได้อ่านกัน

นิราศรักนักข่าว เป็นเรื่องราวจริง มีตัวละครอยู่จริง แต่บางบทบางตอน ได้ดัดแปลงตบแต่งเนื้อหา แค่ตะลบตะแลงพอทำเนา ใส่สีตีไข่สอดไส้พอประมาณ เพื่อความสำเริงสำราญในการเสพอักษร

นิราศรักนักข่าวเรื่องนี้ตีแผ่ชีวิตนักข่าวจนๆ นาม “ไอ้บุญพริ้ง” ที่มันพล่ามข้างขวดเหล้าแสงโสมเสมอว่ามันคือ บุตรชายแห่งเลอันดามัน ผู้มีความจนเป็นเงา มีความเมาเป็นสหาย มีความเปลี่ยวเหงาเป็นอาภรณ์ห่มกาย

นิราศรักนักข่าว จารึกเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่กล้ารัก กล้าเจ็บ กล้าแค้น กล้ายิ้ม กล้าเหงา กล้าร้องไห้ กล้าหัวเราะเสียงดังจนน่าเอาเกือกยัดปาก กล้าประจานตัวเอง กล้าละเลงความตอแหลลงบนหน้ากระดาษ โดยความผิดพลาดของมัน อาจเป็นประโยชน์แก่คนรุ่นหลังบ้าง

นี่หาใช่วรรณกรรมขึ้นหิ้งที่เข้าชิงซีไรท์ เป็นเพียงแค่บันทึกการขากถุยขยะความรู้สึก หลังจากโดนคนรักทำร้ายหัวใจอย่างรุนแรงเท่าที่ชายคนหนึ่งพานพบ ตั้งแต่โดนดึงกบาลพ้นจากช่องคลอดมารดา

เพื่อให้สะดวกแก่การสำเริงสำราญร่านราตรี และรันทดกับตัวอักษร “เจ้าพระยา ท่าพระจันทร์” สหายผู้เป็นเหมือนเงารู้ใจไอ้บุญพริ้ง จึงรจนาเรื่องนี้ขึ้นมา สไตล์การเขียน เหมือนกับการเขียนข่าวหนังสือพิมพ์ คือมีพาดหัว มีโปรย และเนื้อเรื่อง

เนื้อหาแบ่งสรรเป็น 3 ตอน 3 รสชาตของชีวิตนักข่าวกระเป๋าฉีกผู้ไม่บูชาเงิน ที่มันพล่ามจนถีบว่า หัวใจมันใหญ่กว่ากระเป๋าสตังค์เสมอ

แถลงการณ์หัวใจ ฉบับ 1 เป็นเรื่องราว “เมื่อรักเริดร้าง” โดนคนรักที่คบหากันมา 7 ปี ทำร้ายหัวใจอย่างแรง ขอคืนแหวนหมั้น ในคืนที่ร้อนตับแตก 1 เม.ย. ปี 45 จนมันต้องหลั่งน้ำตาลูกผู้ชายอยู่หลายทิวาราตรี

แถลงการณ์หัวใจ ฉบับ 2 เป็นเรื่องราว “นิราศรักนักข่าว” บันทึกเรื่องราวกินเหล้าเคล้านม เริงรมย์ร่านย่านโลกีย์ เป็นผีเสื้อเจ้าชู้ดอมดมดอกไม้งามทั่วสารทิศทั้งไทยและเทศ มันชดเชย ประชดประชันชีวิต จากการที่ภักดีต่อ “จิ๋มเดียว” นาน 7 ปี บางคืนมันพบว่า ตกอยู่ในอ้อมกอดนมยานๆ ของหมอนวด และอีสาวบางไหนก็ไม่อาจหยั่งรู้…เพราะมันเมา

แถลงการณ์หัวใจ ฉบับ 3 เป็นเรื่องของการ “จาริกรัก” ที่มันพร่ำเพียรหาแม่พันธุ์ชั้นดีมาแนบเนา หวังใจให้เธอผู้นั้น เป็นโอสถขนานเอก เยียวยาแผลใจใต้เนินนมด้านซ้าย ตามคำเรียกร้องของแม่ แม่ผู้เป็นผู้หญิงคนเดียวที่มันมีอยู่ อ้อนวอนให้ไอ้บุญพริ้งมีเมียเสียที เพราะอยากอุ้มหลานเต็มแก่

หลังจากที่ไอ้บุญพริ้ง มันปอกเปลือกความปลิ้นปล้อนกะล่อนตอแหลทิ้งแล้ว (บางส่วน)… ฮาฮ้า จึงรำพันเรื่องนี้ขึ้นมา มันหาได้มุ่งมาดปรารถนาที่จะจดจารในหัวใจชายผู้สมหวังในรัก และหญิงสูงศักดิ์จอมปลอมอ่าน

แต่มันอาจเหมาะเจาะอยู่บ้าง กับมวลหมู่ผู้มีเดือยดำ ที่ถูกผู้สาวหน้าใสใส่สายเดี่ยวเจาะรูดือ สาวมหาวิทยาลัย สาวออฟฟิศ สาวคาเฟ่ รวมทั้งหมอนวดไซด์ไลน์ ฯลฯ เยี่ยวรดหัวใจ-ฟันแล้วทิ้ง รวมทั้งชายที่สมควรถูกทิ้งทั้งหลายแหล่ประดามี…แฮ่ แอ้

แม้ไอ้บุญพริ้งจะพ่ายแพ้ และบอบช้ำจากพิษรักมากมายขนาดไหน หาได้ทำให้มันเข็ดขยาดชิมรสรักที่ฉ่ำหวานไม่

มันยังขยันแม้ขันไม่แข็ง (บางคืน) ไล่ล่าหาเมียให้แม่ ที่บ่นอยากอุ้มหลาน ผู้สืบสันดาน(ดิบ)ไอ้บุญพริ้ง เต็มแก่

อีสาวบางไหนจะโชคร้าย โดนไอ้บุญพริ้ง เอาหัวใจไปสวามิภักดิ์แทบตักเธอ เชิญทัศนาโดยพลัน…วิดวิ้ว หาก “ชักช้า” ไอ้บุญพริ้ง มันการันตีในขณะที่ดีกรีสุราปริ่มกาย ท้องแน่ๆ ครับเจ้านาย…ไอ๊ยะลาก๊ะ


เจ้าพระยา ท่าพระจันทร์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความเห็นได้ที่นี่